คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1278/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่เข็ญให้บุคคลที่สามกระทำการใดๆ หรือจำยอมต่อบุคคลใดๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน ถือเป็นความผิดฐานกรรโชก แม้ผู้ถูกขู่เข็ญจะได้รับคำสั่งจากเจ้าของทรัพย์สินให้กระทำการนั้นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยร่วมเขียนจดหมายไปขู่เข็ญเพื่อหลอกลวงเอาเงินจากบิดาบุคคลผู้มีชื่อ แม้จะฟังว่า ผู้มีชื่อนั้นวานให้จำเลยเขียนหรือให้ไปรับเงินก็ตาม ก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดฐานกรรโชกไปได้ไม่ เพราะในแง่ของบิดาผู้มีชื่อซึ่งถูกข่มขืนใจ ก็ยังคงต้องถือว่า ผู้มีชื่อดังกล่าวเป็นบุคคลที่สามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคต้น (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2503)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันเพื่อได้มาซึ่งค่าไถ่ ได้เอาตัวนายฮั้ว แซ่โซว หรือบุญฤทธิ์ โสวทัต อายุ ๑๘ ปี บุตรนายจื้อซ้ง แซ่โซว ไปโดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ และใช้วิธีข่มขืนใจด้วยการห้ามและขู่เข็ญมิให้นายฮั้วออกจากบ้านที่จำเลยจัดให้อยู่และมิดให้เดินทางกลับบ้าน แล้วจำเลยร่วมกันเขียนจดหมายไปขู่เข็ญนายจือซ้ง แซ่โซว ให้ส่งเงิน ๓,๐๐๐ บาท ไปให้จำเลย ถ้าขัดขืนหรือไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานจะฆ่านายฮั้ว แซ่โซว เสียขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗, ๓๑๓ และ ๓๐๙
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ในข้อหาเอาคนไปเรียกค่าไถ่ และทำให้เสียเสรีภาพพยานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลย จำเลยคงมีความผิดเฉพาะข้อหาเรื่องจำเลยร่วมกันเขียนจดหมายขู่เข็ญให้นายจือซ้งส่งเงินให้ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗ (๑) ให้จำคุกจำเลยคนละ ๔ ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่นายฮั้วจะได้วานหรือร่วมด้วยกับจำเลยในการเขียนจดหมายไปขู่เข็ญดังที่จำเลยยกเป็นข้อต่อสู้ ความข้อนี้เมื่อโจทก์ได้นำนายฮั้วเข้าสืบจำเลยทั้งสองก็มิได้ซักค้านหรือต่อปากยันคำนายฮั้ว ต่อหน้าศาลถึงความข้อนี้ไว้เลย ครั้นเมื่อโจทก์สืบพยานหมดแล้ว จำเลยทั้งสองจึงให้การตั้งรูปคดีใหม่ดังที่จำเลยต่อสู้ในภายหลัง ความข้อนี้จึงไม่น่าเชื่อ แต่กรณีจะเป็นอย่างไรก็ดี แม้จะฟังให้เป็นคุณแก่จำเลยว่า ความข้อนี้เป็นจริงอย่างจำเลยต่อสู้ ศาลนี้โดยมติที่ประชุมใหญ่ก็ยังเห็นว่า หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่ เพราะการกระทำของจำเลยเป็นการข่มขืนใจให้นายจือซ้งยอมให้เงินตน โดยข่มเข็ญว่าจะทำอันตรายต่อนายฮั้ว เป็นบุคคลที่ ๓ ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗ วรรคต้น ดังจะเห็นได้จากการที่นายจื้อซ้งบิดานายฮั้ว เมื่อได้รับหนังสือขู่แล้ว เกรงว่าลูกของตนจะได้รับมาตราดังคำขู่ ได้นำความไปแจ้ง ต่อเจ้าหน้าที่ ตำรวจ จึงได้วางแผนการไปดักจับจำเลย ทั้งสองได้ตัวมา ณ ที่ ๆ จำเลย นัดหมายไว้ตามจดหมายนั้น ฎีกาโจทก์มีเหตุผลที่จะลงโทษจำเลยได้
พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1278/2503
อัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์
นายประเสริฐหรือเสริฐ แซ่ตั้ง ที่ 1
นายพับ อึ่งไพร ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดราชบุรี · 1 - นายประเสริฐหรือเสริฐ แซ่ตั้ง ที่ · จำเลย - นายพับ อึ่งไพร ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไชยเจริญ สันติศิริ · พิชัยบัณฑิต · พิทักษ์มนูศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายสอน ทองเหลือง · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา