⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1087/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2561

ป.อาญา ม.32, 33, 58 ฯลฯ · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน โดยมีเจตนาเดียวกันเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน ถือเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เข้าตรวจค้นห้องพักของผู้เสียหายทั้งสี่และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 เมื่อพบเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จึงทำบันทึกการจับกุม แล้วจำเลยทั้งสามร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายทั้งสี่ไว้ภายในห้องพัก และขู่เข็ญให้แจ้งญาตินำเงินไปมอบให้จำเลยทั้งสามมิฉะนั้นจะส่งตัวไปดำเนินคดี เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินจากผู้เสียหายทั้งสี่ และเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.145 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310 ประมวลกฎหมายอาญา ม.337 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.101 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 ม.4

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 145, 310 ทวิ, 337 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91, 101/1 ริบของกลาง บวกโทษของจำเลยที่ 3 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2331/2557 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2468/2557 ของศาลจังหวัดนาทวี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ให้การปฏิเสธในความผิดฐานอื่น และจำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 145 วรรคแรก, 310 ทวิ, 337 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80, 83 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นและฐานร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพฐานเสพเมทแอมเฟตามีน มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 3 ปี 3 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2331/2557 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 เป็นจำคุก 3 ปี 9 เดือน ริบของกลาง ยกคำขอให้นับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2468/2557 ของศาลจังหวัดนาทวี จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 5 นาฬิกา ขณะที่ผู้เสียหายทั้งสี่อยู่ที่ห้องพักหมายเลข ซี 8 ท่าท้อนรีสอร์ท ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำเลยที่ 2 และที่ 3 แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจค้นตัวผู้เสียหายทั้งสี่และห้องพักดังกล่าว พบเมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ด อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 บรรจุในถุงพลาสติกแบบกดปิด จำนวน 1 ถุง ซุกซ่อนในซองบุหรี่สีแดงวางอยู่บนหัวเตียง และตรวจค้นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 ที่จอดอยู่หน้าห้องพักดังกล่าว พบเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เช่นเดียวกัน จำนวน 7 เม็ด และเมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ด บรรจุในถุงพลาสติกแบบกดปิด ซุกซ่อนอยู่บริเวณระหว่างหน้าปัดวัดความเร็วกับมือจับคันเร่ง จำเลยที่ 2 และที่ 3 พาผู้เสียหายทั้งสี่ไปที่ห้องพักหมายเลข เอ 2 มีจำเลยที่ 1 นั่งอยู่ภายในห้องก่อนแล้ว จำเลยที่ 1 เขียนบันทึกการจับกุมให้ผู้เสียหายทั้งสี่ลงลายมือชื่อ ทั้งที่จำเลยทั้งสามไม่ใช่เจ้าพนักงานตำรวจ หลังจากนั้นจำเลยทั้งสามแจ้งให้ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ติดต่อญาติให้หาเงินไปแลกกับการปล่อยตัวและไม่ดำเนินคดี ขณะที่นางหนับเสาะมารดาผู้เสียหายที่ 2 กลับไปรวบรวมเงิน เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติดให้โทษที่ท่าท้อนรีสอร์ท เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจไปตรวจสอบที่ท่าท้อนรีสอร์ท พบจำเลยที่ 1 กับผู้เสียหายทั้งสี่ที่ห้องพักหมายเลข เอ 2 และพบจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ห้องพักหมายเลข ซี 8 จำเลยทั้งสามอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจชุดปราบปรามน้ำมันเถื่อน แต่ไม่มีบัตรประจำตัว ผู้เสียหายทั้งสี่แจ้งว่าจำเลยทั้งสามจับกุมผู้เสียหายทั้งสี่และเรียกเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวและไม่ดำเนินคดี เจ้าพนักงานตำรวจจึงจับกุมจำเลยทั้งสามดำเนินคดีนี้ มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในชั้นนี้เพียงว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในส่วนที่เป็นความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นและฐานร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยแล้วว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 นั้น ความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นและฐานร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์ดังกล่าวเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ โดยเข้าตรวจค้นห้องพักของผู้เสียหายทั้งสี่และรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 เมื่อพบเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำเลยที่ 1 ก็จัดทำบันทึกการจับกุมให้ผู้เสียหายทั้งสี่ลงลายมือชื่อ แล้วจำเลยทั้งสามร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายทั้งสี่ไว้ภายในห้องพักที่เกิดเหตุ และขู่เข็ญให้แจ้งญาตินำเงินไปมอบให้จำเลยทั้งสาม มิฉะนั้นจะส่งตัวไปดำเนินคดี เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเดียวกันเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินจากผู้เสียหายทั้งสี่ และเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังขึ้น อนึ่ง ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 4 ให้ยกเลิกอัตราโทษในมาตรา 145 วรรคหนึ่ง และมาตรา 337 วรรคหนึ่ง กับมาตรา 14 ให้ยกเลิกอัตราโทษในมาตรา 310 ทวิ และให้ใช้อัตราโทษใหม่แทน ปรากฏว่าโทษจำคุกตามกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่มีระวางโทษจำคุกเท่ากัน ส่วนโทษปรับตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่มีระวางโทษปรับสูงกว่าโทษตามกฎหมายเดิม ต้องถือว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสาม จึงต้องใช้กฎหมายเดิมอันเป็นกฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งสาม พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น และฐานร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 2 ปี เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 คนละ 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 2 ปี 3 เดือน เฉพาะจำเลยที่ 3 บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2331/2557 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 เป็นจำคุก 2 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2561 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายพงศ์เทพ ดิเรกวัฒนสาร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายพงศ์เทพ ดิเรกวัฒนสาร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อธิคม อินทุภูติ · นิพันธ์ ช่วยสกุล · ยงยุทธ แสงรุ่งเรือง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายณรงค์ พรหมอยู่ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายอำนวย โอภาพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2826/2560

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5840/2544ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 753/2539ฎีกา 6355/2544ฎีกา 531/2510ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา