⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5599/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5599/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกเงินจากผู้เสียหายเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ย ถือเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

ป.เป็นผู้ใหญ่บ้านที่จำเลยขอให้ช่วยสืบหาคนร้ายที่ลักกระบือของตน เมื่อ ป.นัดผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกบ้านให้มาเจรจากับจำเลย ย่อมมีมูลทำให้จำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายเป็นคนร้าย การที่จำเลยเรียกเงินจากผู้เสียหายเป็นค่ากระบือที่ถูกลักเอาไปเพื่อที่จะไม่ดำเนินคดีแก่ผู้เสียหาย โดยมี ป.ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายผู้เสียหายเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยให้จนผู้เสียหายยอมให้เงินแก่จำเลยตามที่ ป.พูดไกล่เกลี่ยเป็นการใช้สิทธิของตนโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานกรรโชคทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.337

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกรรโชกทรัพย์ด้วยการข่มขืนใจผู้เสียหายทั้งสามให้ยอมให้เงินแก่จำเลยทั้งสอง เพื่อเป็นค่าเสียหายในกรณีที่ลูกกระบือของจำเลยที่ ๑ ถูกคนร้ายยิงตาย โดยจำเลยทั้งสองขู่เข็ญผู้เสียหายทั้งสามว่าจะจับตัวไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้เสียหายไปจมแม่น้ำมูลให้ตาย หรือกักขังผู้เสียหายทั้งสามไว้เมื่อขัดขืน จนผู้เสียหายยอมให้เงินแก่จำเลยทั้งสองขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗,๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๗, ๘๓ จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๙ เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๖ เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนเกิดเหตุกระบือของจำเลยที่ ๑ หายไป ๑ ตัว รุ่งขึ้นจำเลยที่ ๑ ได้พบหัวและหนังกระบือของจำเลยที่ ๑ อยู่ที่หมู่บ้านกระเบื้องใหญ่ จึงขอให้นายปลื้ม สุขรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่เกิดเหตุช่วยสืบหาคนร้าย และแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอชุมพลบุรี ต่อมานายปลื้มนัดผู้เสียหายทั้งสามไปพูดจาตกลงกับจำเลยที่บ้านนายบุญมาหรือแหลมเพราะสงสัยว่าผู้เสียหายทั้งสามจะเป็นผู้ที่ลักระบือของจำเลยที่ ๑ ไป จำเลยทั้งสองได้รับเงินจากผู้เสียหายทั้งสาม ๒,๐๐๐ บาท เพื่อที่จำเลยทั้งสองจะไม่ดำเนินคดีฟ้องร้องได้รับเงินจากผู้เสียหายทั้งสาม โดยจำเลยทั้งสองมิได้พูดข่มขู่หรือขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายผู้เสียหายทั้งสาม แต่ผู้เสียหายทั้งสามยอมให้เงินแก่จำเลยทั้งสองตามที่ประทุษร้ายผู้เสียหายทั้งสาม แต่ผู้เสียหายทั้งสามยอมให้เงินแก่จำเลยทั้งสองตามที่นายปลื้มพูดไกล่เกลี่ย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า นายปลื้มเป็นผู้ใหญ่บ้านที่จำเลยทั้งสองขอให้ช่วยสืบหาจากคนร้ายที่ลักกระบือของตน เมื่อนายปลื้มนัดผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นลูกบ้านให้มาเจรจากับจำเลยทั้งสอง ย่อมมีมูลทำให้จำเลยทั้งสองเข้าใจว่าผู้เสียหายทั้งสามเป็นคนร้าย การที่จำเลยทั้งสองเรียกเงินจากผู้เสียหายทั้งสามเป็นค่ากระบือที่ถูกลักเอาไปเพื่อที่จะไม่ดำเนินคดีแก่ผู้เสียหายทั้งสาม โดยมีผู้ใหญ่บ้านฝ่ายผู้เสียหายเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยให้ จึงเป็นการใช้สิทธิของตนโดยสุจริต ไม่เป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5599/2531 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นายมี จันทะแจ่ม กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · ล. - นายมี จันทะแจ่ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · บุญส่ง วรรณกลาง · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายประยูร ณ ระนอง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2283/2516ฎีกา 753/2539ฎีกา 5483/2543ฎีกา 3058/2539ฎีกา 1546/2511ฎีกา 711/2528ฎีกา 3512/2532ฎีกา 2457/2518ฎีกา 6520/2549ฎีกา 4410/2543ฎีกา 3470/2543ฎีกา 131/2546ฎีกา 699/2490ฎีกา 2105/2514ฎีกา 692-693/2502ฎีกา 10616/2553ฎีกา 775/2468ฎีกา 4021/2535ฎีกา 3221/2522ฎีกา 3110/2531ฎีกา 4012/2534ฎีกา 330/2535ฎีกา 1778-1779/2511ฎีกา 1484/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา