⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 617/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2503

ป.อาญา ม.89, 297, 336 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบาดเจ็บที่ยังไม่ปรากฏอาการอันตรายสาหัสเกินกว่า 20 วัน ไม่ถือเป็นอันตรายสาหัสตามกฎหมาย หากมีจำเลยคนหนึ่งฎีกาแล้วศาลเห็นว่าการกระทำนั้นผิดกฎหมายมาตราที่เบากว่า แม้จำเลยอื่นจะมิได้ฎีกา ก็ให้ถือว่าการกระทำของจำเลยอื่นนั้นผิดกฎหมายมาตราที่เบากว่านั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

ผู้บาดเจ็บถูกฟันศีรษะ 1 ทีและถูกแทงหลัง 1 ที ต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 15 วัน แพทย์ก็ให้กลับและให้ไปโรงพยาบาลทุก 3 วัน เพราะประสาทยังไม่ปกติ ไปโรงพยาบาลอีก 3 ครั้ง แล้วขอยามารักษาที่บ้าน เพราะต้องเดินทางไกลสะเทือนสมอง เพียงเท่านี้ไม่ปรากฎอาการใดที่จะถือเป็นทุกขเวทนา เกินกว่า 20 วัน ถือว่ายังไม่เป็นอันตรายสาหัส ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทุกคนฐานปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้มีผู้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 3 จำเลยที่ 1 ผู้เดียวฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าบาดเจ็บนั้นไม่ถึงสาหัสจึงเป็นผิดเพียงตาม มาตรา 340 วรรค 2 ซึ่งมีโทษเบากว่า แม้จำเลยอื่นจะมิได้ฎีกา ก็เป็นเหตุในลักษณะคดี ย่อมมีผลตลอดถึงจำเลยอื่นด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.89 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 ประมวลกฎหมายอาญา ม.336 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.89 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.297 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.336 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกับพวกใช้มีดเป็นอาวุธปล้นทรัพย์ราคา ๒,๒๒๐ บาท ของนายเที่ยงโดยทำร้ายนายเที่ยงบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ กับให้ใช้ทรัพย์ จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ รับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทำผิดจริงตามฟ้อง นายเที่ยงถูกฟันศีรษะ ๑ ที และถูกแทงหลัง ๑ ที บาดเจ็บของนายเที่ยงถึงทนทุกข์เวทนากล้าเกิน ๒๐ วันเป็นอันตรายสาหัส พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ จำคุกคนละ ๑๕ ปี จำเลยที่ ๒ รับสารภาพลดกึ่งตามมาตรา ๗๖ คงจำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้ ๗ ปี ๖ เดือน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยเป็นผู้กระทำผิดรายนี้จริง แต่บาดแผลของนายเที่ยงได้ความว่านายเที่ยงต้องรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ๑๕ วัน แพทย์ก็ให้กลับและให้ไปโรงพยาบาลทุก ๓ วัน เพราะประสาทยังไม่ปกติ ไปโรงพยาบาลอีก ๓ ครั้ง แล้วขอยามารักษาที่บ้าน เพราะต้องเดินทางไกลสะเทือนสมอง เพียงเท่านี้ไม่ปรากฎอาการใดที่จะถือเป็นทุกขเวทนา เกินกว่า ๒๐ วัน ถือว่ายังไม่เป็นอันตรายสาหัสดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ ความผิดของจำเลยทั้งสองต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา ม.๓๔๐ วรรค ๒ แม้จำเลยที่ ๒ จะมิได้ฎีกาก็เป็นเหตุในลักษณะคดี มีผลตลอดถึงจำเลยที่ ๒ ด้วย พิพากษาแก้บทลงโทษจำเลยทั้งสองเป็นให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ส่วนกำหนดโทษและข้ออื่น ๆ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 617/2503 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายนา เชียนกรด หรือชูโคกกรวดที่ 1 นายฮุง สิงห์กระโทก ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายนา เชียนกรด หรือชูโคกกรวดที่ 1 นายฮุง สิงห์กระโทก ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · สารนัยประสาสน์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายน้อม เอี่ยมโอภาส · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท สุมาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 1597/2532ฎีกา 2669/2538ฎีกา 2530/2527ฎีกา 264/2499ฎีกา 5999/2544ฎีกา 1168-1169/2479ฎีกา 1336/2553ฎีกา 599/2532ฎีกา 448/2500ฎีกา 213/2554ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1666/2521ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 362/2540ฎีกา 635/2485ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1315/2513ฎีกา 2274/2525ฎีกา 1838/2534ฎีกา 851/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา