⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1135/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เป็นความผิดตามมาตรา 371 และหากนำปืนนั้นไปกระทำความผิดอื่น ให้ลงโทษตามความผิดที่หนักที่สุดตามมาตรา 91 2. การถูกข่มเหงด้วยคำพูดที่รุนแรงว่า "หน้าตัวเมีย ผู้หญิงเขาไม่รักจะตามมาทำไม" อาจเป็นเหตุให้บันดาลโทสะตามมาตรา 72 และศาลอาจรอการลงโทษตามมาตรา 56 ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยพาอาวุธปืนไปในถนนสาธารณก่อนแล้วจึงใช้ปืนยิงฆ่าเขาตายนั้น ต้องมีความผิดตามมาตรา 371 กระทงหนึ่งด้วย แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดตามมาตรา 91 ได้ ไม่ใช่มาตรา 90 การที่ผู้ตายรู้อยู่ว่าหญิงเป็นภรรยาของจำเลยแล้วยังพยายามติดต่อทางชู้สาวเอาไปเป็นภรรยาจนได้ จำเลยยังมีเยื่อใยจึงติดตามไปพบทั้งภรรยาและผู้ตายเดินมาด้วยกัน จำเลยได้วิงวอนขอให้ภรรยากลับไปอยู่กับตน ผู้ตายกลับสบประมาทว่าเป็น "หน้าตัวเมีย ผู้หญิงเขาไม่รักจะตามมาทำไม" ถือว่ารุนแรงสำหรับกรณีเช่นจำเลยนี้และเป็นเหตุให้บันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 72 และคำนึงถึงเหตุผลเช่นนี้กับเหตุผลตามมาตรา 56 แล้ว ศาลรออาญาโทษจำคุกไว้ตามมาตรา 56 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพาอาวุธปืนไปตามถนนสาธารณและใช้อาวุธปืนดังกล่าวฆ่านายแม้น ลักษณะวรรธนะ โดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๓๗๑ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาฐานพาอาวุธปืนไปตามถนนสาธารณ แต่ต่อสู้ป้องกันตัวและเกียรติยศชื่อเสียงในข้อหาว่ายิงนายแม้นตาย แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ ๒ ปาก จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและรับสารภาพผิดดังฟ้องโจทก์ทุกประการ และแถลงถึงมูลเหตุที่ทำให้จำเลยต้องกระทำผิดขอความกรุณา ศาลสั่งตัดพยานอ้างว่ารูปคดีวินิจฉัยได้แล้ว พิพากษาว่าจำเลยผิดดังฟ้อง แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ อันเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลย ๑๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๗ ปี ๖ เดือน ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ว่า ยิงผู้ตายเพราะบันดาลโทสะเนื่องจากถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง ขอให้ลงโทษสถานเบาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ ศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยได้พาปืนไปในถนนสาธารณก่อนแล้ว จึงใช้ปืนยิงนายแม้น จำเลยต้องมีความผิดและว่า ผู้ตายประพฤติชั่วผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง พยายามจะเอาภริยาของจำเลยเป็นภริยา จำเลยว่ากล่าวตักเตือนและขอร้องผู้ตายแล้วก็ไม่เชื่อฟัง ผลที่สุดจำเลยต้องเซ้งร้านตัดผมที่ระยองไปอยู่กรุงเทพฯ แต่ผู้ตายก็ยังลอบไปพบนางสุนันท์จนกระทั่งต้องยอมเป็นภริยาผู้ตายและหนีไปอยู่ด้วย นับว่าเป็นการข่มเหงน้ำใจจำเลยอย่างร้ายแรงมาก และเมื่อจำเลยไปพบผู้ตายกับนางสุนันท์เดินเที่ยวด้วยกัน ได้พูดขอให้ภริยากลับไปอยู่กับจำเลย ผู้ตายกลับพูดสบประมาทอย่างร้ายแรงและยังติดตามไปพูดจากกันอีกจนจำเลยทนไม่ไหว จึงใช้ปืนยิงนายแม้นเพราะบันดาลโทสะเนื่องจากถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยควรได้รับความเมตตาปราณีอย่างยิ่ง พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดมาตรา ๒๘๘ และ ๓๗๑ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๑ จำเลยกระทำผิดขณะบันดาลโทสะ ควรได้รับความปราณีลดโทษให้ตามมาตรา ๗๒ จึงให้จำคุกจำเลย ๔ ปี จำเลยรับสารภาพ มีประโยชน์แก่การพิจารณา ปราณีลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย ๒ ปี จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และเมื่อพิจารณาเหตุผลต่างๆ ในคดีนี้ปรากฎว่า จำเลยมีความประพฤติดีมีบุตรเล็กๆ ต้องเลี้ยงดู และพิจารณาดูเหตุผลตามมาตรา ๕๖ แล้ว เห็นควรรอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด ๕ ปี โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ตายอย่างนี้กระทบกระเทือนต่อจิตใจของจำเลยผู้เป็นสามีอย่างยิ่ง และเนื่องจากจำเลยยังมีเยื่อใยตัดไม่ขาดจากนางสุนันท์จึงได้ติดตามไปพบนางสุนันท์กับผู้ตายในวันเกิดเหตุ ผู้ตายได้กล่าวสบประมาทจำเลยว่า "เป็นหน้าตัวเมีย ผู้หญิงเขาไม่รักจะตามมาทำไม" คำกล่าวเช่นนี้ต้องถือว่าเป็นถ้อยคำที่รุนแรงในกรณีของจำเลย ซึ่งต้องถูกพรากเมียของตนไปโดยชู้รักเป็นเหตุทำให้จำเลยบันดาลโทสะ เพราะถูกสบประมาทอย่างร้ายแรง ที่จำเลยยิงผู้ตายเป็นเพราะบันดาลโทสะเนื่องจากถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2504 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเชย เจริญพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเชย เจริญพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี ชุติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 551/2514ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 8833/2554ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 1386/2521ฎีกา 786/2519ฎีกา 2632/2529ฎีกา 1408/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา