⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1568/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงกันให้วินิจฉัยเฉพาะประเด็นเรื่องอายุความ และโจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าฟ้องไม่ขาดอายุความ แต่โจทก์ไม่นำสืบพยานเพิ่มเติม โจทก์ย่อมต้องแพ้คดีไป

ย่อคำพิพากษา

คู่ความพิพาทกันเรื่องที่ดิน ศาลสืบพยานโจทก์เสร็จและสืบพยานจำเลยได้ 3 ปาก คู่ความท้าและรับกันว่า 1. โจทก์รับว่าที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า 2. โจทก์รับว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทมา 2-3 ปีแล้ว จำเลยก็รับว่าโจทก์แย่งการครอบครองที่พิพาทมา 2-3 ปีแล้ว และ 3. โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเดียวว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ทั้งสองฝ่ายไม่ติดในให้วินิจฉัยคำพยานที่นำสืบมาแล้ว ดังนี้ตามคำรับข้อ 1,2 ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ และผลของคำท้าข้อ 3 ตกเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบว่าฟ้องของโจทก์ไม่ขาดอายุความ เมื่อโจทก์ตกลงกับจำเลยไม่ติดใจให้วินิจฉัยคำพยานที่นำสืบกันแล้ว ทั้งไม่สืบพยานกันต่อไป ก็เท่ากับโจทก์ไม่มีพยานนำสืบ โจทก์ต้องแพ้คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยนำเจ้าพนักงานรังวัดล่วงล้ำทับที่ของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และสั่งห้ามจำเลยและบริวารกับขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วย จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยและตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จและสืบพยานจำเลยได้ ๓ ปาก คู่ความท้ายและรับกันว่า ๑.โจทก์รับว่าที่พิพาทเป็นที่มือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญ ๒.โจทก์รับว่าจำเลยเข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทมา ๒-๓ ปีแล้ว จำเลยก็รับว่าโจทก์แย่งการครอบครองที่พิพาทมา ๒-๓ ปีแล้ว ๓. โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเดียวว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจให้วินิจฉัยคำพยานที่โจทก์จำเลยนำสืบมาแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ทุกขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ วรรค ๒ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามคำท้าไม่ได้รับในข้อเท็จจริงว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายครอบครอง ข้อเท็จจริงยังโต้เถียงกัน ไม่สามารถชี้ขาดว่าขาดสิทธิฟ้องร้องหรือไม่ คำท้าไร้ผล พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์จำเลยต่างฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๗๕ คำรับและคำท้าข้อ ๑.คู่ความมิได้รับกันว่าฝ่ายใดมีสิทธิครอบครองที่พิพาทมาก่อนในข้อ ๒. ฟังเป็นยุติไม่ได้ว่าโจทก์จำเลยต่างแย่งการครอบครองที่พิพาทกันไปมาตลอดเวลา ๒-๓ ปี หรือว่าก่อนฟ้องคดีฝ่ายใดแย่งการครอบครองเป็นของตนเกินกว่า ๑ ปี คำรับดังกล่าวยังไม่อาจวินิจฉัยลงไปได้เด็ดขาดว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ อย่างไรก็ดี ในคำท้าข้อ ๓.ทั้งสองฝ่ายว่าไม่ติดใจให้วินิจฉัยคำพยานที่โจทก์จำเลยนำสืบมาแล้ว และคู่ความไม่สืบพยานต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลย เป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และเมื่อโจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงและท้ากัรให้ศาลวินิจฉัยแต่เฉพาะฟ้องขาดอายุความหรือไม่เท่านั้น ผลของคำท้าตกเป็นหน้าที่ของโจทก์จะแสดงว่าฟ้องของโจทก์ไม่ขาดอายุความ เมื่อโจทก์ตกลงกับจำเลยไม่ติดใจให้วินิจฉัยคำพยานหลักฐานนำสืบกันแล้ว ทั้งต่างไม่สืบพยานต่อไป ก็เท่ากับโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบ โจทก์ต้องแพ้คดี พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2504 นายนพ ชนะ โจทก์ นายจบ แพ่งแพง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนพ ชนะ · จำเลย - นายจบ แพ่งแพง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถไพศาลศรุดี · ประมูล สุวรรณศร · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - นายประมวล สุวรรณจินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2938/2519ฎีกา 70/2518ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา