คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังโดยชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นนับระยะเวลาฎีกา แม้จำเลยจะยังไม่ได้ตัวมาฟังคำพิพากษา หากจำเลยยื่นฎีกาเกินกำหนดนับแต่วันอ่านให้โจทก์ฟัง ฎีกาจะขาดอายุ เว้นแต่จะมีเหตุขอขยายเวลาหรือเหตุสุดวิสัย
ย่อคำพิพากษา
ออกหมายจับจำเลยเพื่อให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกินเดือนแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมา ศาลจึงอ่านคำพิพากษานั้นให้โจทก์ฟัง ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อไม่ปรากฎว่าได้มีการขอขยายเวลาก่อนสิ้นอายุฎีกาหรือมีเหตุสุดวิสัยและจำเลยยื่นฎีกาเกิน 1 เดือน นับแต่วันศาลอ่านดังกล่าว ฎีกาของจำเลยย่อมขาดอายุฎีกา แม้ว่าศาลจะได้อ่านคำพิพากษานั้นให้จำเลยฟังอีกเมื่อได้ตัวจำเลยมาแล้วหลังจากวันอ่านดังกล่าวข้างต้น 5 เดือนเศษ ก็เป็นแต่เพียงให้จำเลยได้ทราบคำพิพากษาตามที่จำเลยต้องการเท่านั้น หามีผลทำให้ยึดอายุฎีกาไม่
ประชุมใหญ่ ครั้ง 29/2503
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลแขวงพระนครใต้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานยักยอก จำคุก ๒ เดือน จำเลยอุทธรณ์และมีประกันระหว่างอุทธรณ์ ถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายประกันส่งตัวจำเลยไม่ได้ อ้างว่าจำเลยไปค้าขายที่จังหวัดหนองคาย ขอผัดส่งตัว ๑ เดือน ศาลอนุญาตแต่แล้วนายประกันก็ส่งตัวจำเลยไม่ได้อีก ศาลจึงสั่งปรับนายประกันและออกหมายจับจำเลยเพื่อให้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นับแต่วันออกหมายจับเกิน ๑ เดือนแล้ว ไม่ได้ตัวจำเลยมา ศาลชั้นต้นจึงได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๒ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ต่อมาอีก ๕ เดือนเศษ คือ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๐๓ จำเลยและนายประกันต่างยื่นคำร้องต่อศาลอ้างว่าจำเลยไม่ทราบวันนัดเพราะไปค้าขายที่เวียงจันทร์ บัดนี้ จำเลยกลับมาแล้ว ขอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และนายประกันขอส่งตัวจำเลยศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังในวันเดียวกันนั้น
ต่อมาวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๐๓ จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย
คดีนี้มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในเบื้องแรกว่าฎีกาของจำเลยขาดอายุแล้วหรือไม่ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าว การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๐๒ เป็นการอ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๒ วรรค ๓ แล้ว ที่จำเลยมายื่นคำร้องขอฟังคำพิพากษาในภายหลังและศาลชั้นต้นได้อ่านให้จำเลยฟังอีกเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๐๓ เป็นเพียงให้จำเลยได้ทราบตามที่จำเลยต้องการเท่านั้น จะแปลว่าการที่จำเลยมายื่นคำร้องเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๐๓ และศาลได้อ่านคำพิพากษาให้ฟังอีกเป็นการขยายอายุฎีกาให้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควาแพ่ง มาตรา ๒๓ ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ก็ไม่ได้ เพราะการขยายระยะเวลาต้องขอขยายเสียก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่จะมีเหตุสุดวิสัย ข้อความในคำร้องของจำเลยลงวันที่ ๓๐ พ.ค. ๒๕๐๓ หาเป็นเหตุสุดวิสัยแต่อย่างใดไม่ ตามรูปคดีจึงต้องถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๒๕ ธ.ค.๒๕๐๒ เมื่อจำเลยมายื่นฎีกาในวันที่ ๖ มิ.ย.๒๕๐๓ จำเลยจึงยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดแล้ว ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยไม่ได้ จึงให้ยกฎีกาจำเลยเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276/2504
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์
นางยินดี ไชยงศิริเสริญ โจทก์ร่วม
นายจินดา วงษ์สุวรรณหรือศรีวรรณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ · โจทก์ร่วม - นางยินดี ไชยงศิริเสริญ · จำเลย - นายจินดา วงษ์สุวรรณหรือศรีวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไชยเจริญ สันติศิริ · เชื้อ คงคากุล · สนิท สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายศิริ อติโพธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม ทิพยจันทร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา