⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 384/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การขายฝากที่ดินที่แท้จริงย่อมมีผลผูกพันตามกฎหมาย แม้จะมีการตกลงเรื่องการกู้เงินมาก่อนก็ตาม * ฟ้องแย้งที่ไม่มีความเกี่ยวพันกับฟ้องเดิมของโจทก์ ศาลจะสั่งให้แยกไปว่ากล่าวต่างหาก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับไถ่ถอนการขายฝากจำเลยว่า โจทก์ขอกู้เงินและให้ที่ดินเป็นประกันเงินกู้ก่อนแล้วจึงตกลงไปทำสัญญาขายฝากกันเพื่อให้การประกันมีผลตามกฎหมาย ดังนี้ ไม่ใช่นิติกรรมอำพรางมีแต่การขายฝากเพียงนิติกรรมเพียง โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับไถ่ถอนการขายฝากที่ดิน จำเลยให้การว่า โจทก์ตกลงรับไปจัดหาผลประโยชน์จากที่ดินรายนี้ และฟ้องแย้งเรียกร้องเอาค่าผลประโยชน์ดังกล่าวจากโจทก์ ดังนี้ ฟ้องแย้งของจำเลยไม่เกี่ยวข้อกับฟ้องเดิมของโจทก์ ควรให้แยกไปว่ากล่าวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับไถ่ถอนการขายฝากที่ดินจากโจทก์ และโอนคืนที่ดินให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ขายฝากที่ดินไว้กับจำเลยจริงตามฟ้อง แต่เจตนาอันแท้จริงโจทก์ขอกู้เงินจำเลย ๒,๕๐๐ บาท ให้ที่ดินเป็นหลักค้ำประกันจึงได้ทำเป็นสัญญาขายฝากกันไว้เป็นนิติกรรมอำพราง และโจทก์ยังตกลงรับไปจัดหาผลประโยชน์จากที่ดินรายนี้ส่งให้จำเลยเดือนละ ๑๒๕ บาททุกเดือน แต่โจทก์ส่งผลประโยชน์นั้นให้จำเลยเพียงเดือนเดียวแล้วติดค้างไม่ส่งเลย จำเลยจึงไม่ยอมรับไถ่การขายฝาก จำเลยฟ้องแย้งขอคิดเอาผลประโยชน์เป็นดอกเบี้ยในจำนวนเงินขายฝาก ๒,๕๐๐ บาท ในอัตราร้อยละ ๑.๒๕ บาท ต่อเดือน เวลา ๒ ปี ๑๑ เดือน เป็นเงิน ๑,๐๙๓ บาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่ได้กู้เงินจำเลย ส่วนที่ดินที่ขายฝากก็เป็นสิทธิของจำเลยตามสัญญาขายฝาก โจทก์ไม่ได้เกี่ยวข้อง ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวข้องกับฟ้องโจทก์ วันนัดพร้อม จำเลยรับว่าโจทก์ขอไถ่ถอนการขายฝากก่อนสิ้นกำหนดเวลาการไถ่ถอน แต่จำเลยไม่ยอมเพราะโจทก์ไม่ชำระผลประโยชน์รายเดือน ๆ ละ ๑๒๕ บาท ให้จำเลยตามที่พูกตกลงกันไว้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า การฟ้องเอาผลประโยชน์จากโจทก์เป็นประเด็นต่างหากแยกจากคดีนี้ ไม่เกี่ยวข้องกัน จึงให้แยกฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่ง สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยาน แล้วพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิไถ่ถอนได้ให้จำเลยรับเงินค่าไถ่ ๒,๕๐๐ บาท และทำนิติกรรมโอนที่พิพาทคืนแก่โจทก์ไป จำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพราง ซึ่งแท้จริงเป็นสัญญากู้ ควรจะได้สืบพยาน และฟ้องแย้งของจำเลยก็เกี่ยวเนื่องกับฟ้องเดิมของโจทก์ ควรจะได้พิจารณาไปด้วยกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานตามประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนิติกรรมนั้นจำเลยว่าโจทก์ขอกู้เงินและให้ที่ดินเป็นประกันเงินกู้ก่อนแล้วจึงตกลงไปทำสัญญาขายฝากกันเพื่อให้การประกันมีผลตามกฎหมาย ดังนี้หาใช่นิติกรรมอำพรางไม่ เพราะนิติกรรมระหว่างโจทก์จำเลยมีแต่ขายฝากเพียงนิติกรรมเดียว การพูดขอกู้เงินเป็นเพียงการพูดจาอันเป็นเหตุนำไปให้ทำสัญญาขายฝากเท่านั้น เรื่องฟ้องแย้ง ก็เป็นข้อเรียกร้องของจำเลยอีกเรื่องหนึ่งต่างหากจากฟ้องของโจทก์ ไม่เกี่ยวข้อกัน เป็นการเรียกร้องเอาผลประโยชน์แล้วเปลี่ยนเป็นข้อคิดเป็นดอกเบี้ย จึงควนจะแยกไปว่ากล่าวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2504 นางขันแก้ว จันโทกุล โดยนายทองดี สรงสุวรรณ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางทองเรี่ยม อัตถากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางขันแก้ว จันโทกุล โดยนายทองดี สรงสุวรรณ์ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นางทองเรี่ยม อัตถากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายพัลลภ สังโขบล · ศาลอุทธรณ์ - นายอดุล วัฒนปิณฑะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 581/2501ฎีกา 273/2501ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 464/2497ฎีกา 129/2501ฎีกา 1280/2492ฎีกา 886/2515ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 912/2490ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา