⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 495/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 495/2504

พ.ร.บ.ล้มละลาย ม.7, 9, 14 · ป.พ.พ. ม.653, 1002

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จะนำเช็คมาเป็นมูลฟ้องในเรื่องกู้ยืมเงินเพื่อขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.7 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินไป ๔๓,๐๐๐ บาท ได้ออกเช็คธนาคารไทยทนุไว้ให้ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะจำเลยไม่มีเงินพอในบัญชี โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อตำรวจแล้ว จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระได้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ไม่เคยออกเช็คตามฟ้อง เช็คขาดอายุความแล้ว หนี้ไม่แน่นอน โจทก์บวกดอกเบี้ยทบต้นเกินกำหนดในกฎหมาย และจำเลยไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกู้ยืมเงินรายนี้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ที่จำเลยออกเช็คให้เป็นเอกเทศสัญญาอีกส่วนหนึ่ง จะนำลักษณะกู้ยืมมาบังคับไม่ได้ โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน ๑ ปี ขาดอายุความในเรื่องเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๐๐๒ ที่โจทก์ไปร้องทุกข์เรื่องเช็คไม่มีเงินตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ ไม่ใช่คดีแพ่งเกี่ยวกับคดีอาญา ไม่ถืออายุความทางอาญา พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่จำเลยออกเช็คสั่งธนาคารจ่ายเงินให้โจทก์ แสดงว่าจำเลยมีหนี้ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ จึงเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ แม้จะขาดอายุความเรื่องเช็ค แต่ยังอยู่ในอายุความกู้ยืมอันเป็นมูลหนี้เดิมที่โจทก์ฟ้องมาด้วย คดีไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาในชั้นนี้มีเพียงว่า เช็คเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมอันเป็นมูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยในคดีนี้หรือไม่ มีฎีกาที่ ๑๕๙๕/๒๕๐๓ ซึ่งวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า เช็คในคดีนั้นมิได้มีคำว่ากู้หรือยืม และอ่านข้อความในเช็คทั้งหมดก็ไม่ได้มีเค้าว่าเป็นการกู้ยืมแต่ประการใดเลย สภาพของเช็คก็เป็นการใช้เงิน ไม่ใช่การกู้หรือยืมเงิน เช็คจึงมิใช่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม จะนำสืบว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมหาได้ไม่ บันทัดฐานมีอยู่ดังนี้ โจทก์จึงนำเช็คมาเป็นมูลฟ้องในเรื่องกู้ยืมเงินไม่ได้ พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 495/2504 นายเงาะ แสงใหญ่ โจทก์ นายอุปกรณ์ แก้วเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเงาะ แสงใหญ่ · จำเลย - นายอุปกรณ์ แก้วเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุธี โรจนธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายกิตติ สีหนนทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 3581/2538ฎีกา 272/2490ฎีกา 3219/2534ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2657/2534ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 104/2518ฎีกา 4007/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา