⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 628/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้สลักหลังตั๋วเงินไล่เบี้ยเอาจากผู้สลักหลังด้วยกัน ถือว่าผู้สลักหลังเป็นผู้สลักหลัง หาใช่ผู้ทรงตั๋วเงินในขณะนั้น อายุความฟ้องร้องจึงต้องปรับตามมาตราที่เกี่ยวกับผู้สลักหลัง

ย่อคำพิพากษา

คดีที่โจทก์ฟ้องในฐานะผู้สลักหลังตั๋วเงินไล่เบี้ยเอาจากจำเลยซึ่งเป็นผู้สลักหลังด้วยกันต้องถือว่าโจทก์เป็นผู้สลักหลัง หาใช่ผู้ทรงเช็คในขณะนั้น อายุความฟ้องร้องจึงต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003 หาใช่มาตรา 1002 ไม่ และจำเลยจะถือเอาข้อความที่โจทก์เริ่มคำฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คว่าโจทก์ฟ้องคดีในฐานะเป็นผู้ทรงเช็คโดยไม่คำนึงถึงข้อความที่โจทก์กล่าวอธิบายฟ้องต่อไปอีก หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1003

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยสุจริต ๒ ฉบับจำนวนเงิน ๘,๑๐๐ บาท ฉบับหนึ่งอีกฉบับหนึ่งจำนวนเงิน ๑๑,๙๑๕ บาท โดยนายเซี๊ยะคิ้มเป็นผู้สั่งจ่ายและจำเลยเป็นผู้สลักหลังให้แก่โจทก์มาทั้งสองฉบับ แล้วโจทก์ได้สลักหลังเช็คทั้งสองฉบับนี้ใช้หนี้แก่นายเกษม สูงสว่าง ต่อไปอีก ต่อมานายเกษมแจ้งแก่โจทก์ว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้โจทก์จ่ายแทน โจทก์ติดต่อกับนายเซี๊ยะคิ้มผู้สั่งจ่ายไม่ได้ จึงชำระเงินตามเช็ค ๒๐,๐๑๕ บาทให้นายเกษมไป และได้ติดตามทวงถามจำเลยหลายครั้ง จำเลยก็เพิกเฉยเสีย จึงขอให้บังคับจำเลยชำระ จำเลยให้การปฏิเสธ อ้างว่าคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า เป็นกรณีที่ผู้สลักหลังด้วยกันฟ้องไล่เบี้ยกันเอง ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๓ ซึ่งกำหนดอายุความฟ้องร้องไว้ ๖ เดือน นับแต่วันที่ผู้สลักหลังเข้าถือเอาตั๋วและใช้เงิน กรณีไม่เข้ามาตรา ๑๐๐๒ ดังจำเลยต่อสู้ คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ จึงให้จำเลยชำระเงิน ๒๐,๐๑๕ บาท พร้อมด้วยค่าเสียหาย ๖๒๕ บาท และค่าเสียหายจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยจะถือเอาข้อความที่โจทก์เริ่มคำฟ้องว่า "โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยสุจริต ๒ ฉบับ" เพียงเท่านั้นว่า โจทก์ฟ้องคดีในฐานะเป็นผู้ทรงเช็ค โดยไม่คำนึงถึงข้อความที่โจทก์กล่าวอธิบายฟ้องต่อไปอีกด้วย หาถูกต้องไม่เพราะในฟ้องของโจทก์ยังได้กล่าวโดยชัดแจ้งต่อไปอีกว่า โจทก์ได้เช็คมาโดยจำเลยสลักหลังให้ แล้วโจทก์ได้สลักหลังให้แก่นายเกษมต่อไปอีก นายเกษมนำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคารไม่ได้ โจทก์จึงจ่ายเงินตามเช็คให้นายเกษมไปและถือเช็คไว้ไล่เบี้ย โจทก์กล่าวความในฟ้องดังนี้ ย่อมเห็นชัดดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าโจทก์ฟ้องคดีในฐานะผู้สลักหลังไล่เบี้ยเอาจากจำเลยซึ่งเป็นผู้สลักหลังด้วยกัน และต้องถือว่าโจทก์เป็นผู้สลักหลัง หาใช่ผู้ทรงเช็คในขณะนั้นไม่ อายุความฟ้องร้องในคดีรูปนี้จึงต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๓ หาใช่มาตรา ๑๐๐๒ ไม่ คดีของโจทก์ย่อมไม่มีทางที่จะปรับว่าขาดอายุความตามมาตรา ๑๐๐๒ ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2504 นายปักแม่ว แซ่โซว โจทก์ นายง้วน แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปักแม่ว แซ่โซว · จำเลย - นายง้วน แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · อนุสสรนิติสาร · สำราญ ศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายแปล บุณยเกียรติ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ พานิชอัตรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3745/2538ฎีกา 6634/2538ฎีกา 5594/2533ฎีกา 5355/2530ฎีกา 2521/2540ฎีกา 104/2518ฎีกา 6339/2539ฎีกา 192/2518ฎีกา 2807/2536ฎีกา 495/2504ฎีกา 2965/2528ฎีกา 1410/2525ฎีกา 6196/2537ฎีกา 77/2538ฎีกา 6260/2550ฎีกา 2499/2519ฎีกา 4687/2536ฎีกา 1608/2518ฎีกา 1424/2506ฎีกา 944/2529ฎีกา 3023/2529ฎีกา 2121/2518ฎีกา 6187/2537ฎีกา 3837/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา