⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 922/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ทรงเช็คได้รับเช็คคืนมาหลังจากที่ได้โอนเช็คไปโดยมิได้ลงลายมือชื่อ ถือว่าผู้ทรงเช็คนั้นกลับมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็คตามกฎหมาย และมีสิทธิฟ้องผู้สั่งจ่ายได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์โอนเช็คพิพาทไปโดยมิได้ลงลายมือชื่อในเช็คพิพาท โจทก์จึงมิใช่ผู้สลักหลังลอยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 919 เมื่อโจทก์ได้รับเช็คพิพาทคืนมา โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็คพิพาท มีสิทธิฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ตั๋วเงินถึงกำหนด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1002

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.919 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1003

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คสองฉบับซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย เมื่อถึงกำหนดชำระแล้วโจทก์ได้นำเช็คทั้งสองฉบับไปขอรับเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ไม่มีมูลหนี้ตามกฎหมายที่ต้องชำระ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์ได้นำเช็คพิพาทไปชำระให้แก่เจ้าหนี้ของโจทก์ เมื่อเจ้าหนี้ของโจทก์ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินก็คืนเช็คพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยภายในกำหนดหกเดือนนับแต่ได้รับเช็คหรือเข้าถือเอาเช็คและใช้เงินให้แก่ผู้ทรงคนก่อน ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยานจำเลยแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยานบุคคล ขอสละประเด็นข้ออื่น ขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงข้อเดียวว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ และยอมรับว่าเดิมโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาท ต่อมาได้โอนเช็คพิพาทให้แก่นายขวัญเมืองและนางสายทอง ครั้นเช็คพิพาทถึงกำหนดบุคคลดังกล่าวได้นำเช็คพิพาทไปขึ้นเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงได้โอนเช็คพิพาทคืนให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะการสั่งจ่ายเช็คเงินสดโดยขีดคร่อมนั้นจะโอนให้แก่กันได้ก็ด้วยการส่งมอบซึ่งกฎหมายถือเป็นการสลักหลังลอย โจทก์ซึ่งเป็นผู้โอนเช็คพิพาทจึงเป็นผู้สลักหลังลอย จะต้องฟ้องผู้สั่งจ่ายภายในหกเดือนนับแต่วันเข้าถือเอาเช็คพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๓ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อโจทก์โอนเช็คพิพาทไปโดยมิได้ลงลายมือชื่อในเช็คพิพาท โจทก์จึงมิใช่ผู้สลักหลังลอยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๙ เมื่อโจทก์ได้รับเช็คพิพาทคืนมา โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทมีสิทธิฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ตั๋วเงินถึงกำหนด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๒ คดีจึงไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2526 นายปัญญา สร้อยทอง โจทก์ นายจารึก พิทักษ์เผ่า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปัญญา สร้อยทอง · จำเลย - นายจารึก พิทักษ์เผ่า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายเสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ศาลอุทธรณ์ - นายปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3745/2538ฎีกา 5603/2542ฎีกา 6634/2538ฎีกา 1195/2535ฎีกา 425/2520ฎีกา 5594/2533ฎีกา 5355/2530ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 1783/2551ฎีกา 2521/2540ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 8296/2551ฎีกา 1952/2537ฎีกา 1162/2515ฎีกา 104/2518ฎีกา 6339/2539ฎีกา 192/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 2647/2535ฎีกา 250/2541ฎีกา 265/2526ฎีกา 2807/2536ฎีกา 2690/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา