คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว หากคู่ความอ้างว่าได้ตกลงเปลี่ยนแปลงแก้ไขกันใหม่โดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้อต่อสู้เพื่อปฏิเสธการบังคับตามคำพิพากษาเดิมได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจากตึกที่เช่า แล้วโจทก์จำเลยทำยอมความกัน โดยจำเลยยอมออกจากตึกพิพาท ครั้นถึงกำหนดแล้วจำเลยก็ไม่ยอมออกไป โจทก์ร้องขอให้จับจำเลยมาจำขังไว้จนกว่าจะยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยแก้ตัวว่า สัญญาประนีประนอมยอมความนั้นได้ระงับไปแล้ว เพราะโจทก์จำเลยได้ทำความตกลงกันใหม่ โดยโจทก์ยินยอมให้จำเลยเช่าตึกพิพาทต่อไป แต่เป็นการตกลงกันด้วยปาก ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฝ่ายโจทก์แถลงว่าไม่ได้ให้เช่าใหม่ ดังนี้ แม้จะได้ความตามที่จำเลยแก้ตัว จำเลยก็ไม่อาจจะขอให้บังคับโจทก์ให้ยอมให้จำเลยเช่าได้ จำเลยไม่มีสิทธิจะอยู่ในตึกพิพาทได้ ศาลไม่จำต้องไต่สวนตามข้อแก้ตัวซึ่งไม่มีผลนี้ และมีคำสั่งให้จำเลยออกไปได้เลยทีเดียว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกที่เช่า แล้วคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยขออยู่ในตึกพิพาทต่อไป ถึงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๐๔ แล้วจะส่งมอบคืนโจทก์ และยอมใช้เงินให้แก่โจทก์ ต่อมาเมื่อถึงกำหนดแล้วจำเลยไม่ออกไป โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้จับจำเลยมาจำขัง ศาลหมายเรียกจำเลยมาสอบถาม จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า สัญญาประนีประนอมยอมความได้ระงับไปแล้ว โดยโจทก์จำเลยได้ตกลงกันใหม่ โจทก์ยินยอมให้จำเลยเช่าตึกพิพาทต่อไป ครั้นถึงวันนัดพร้อม มีแต่จำเลยที่ ๒ มาศาลและแถลงว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าใหม่ แต่เป็นการพูดกันด้วยปาก ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ โจทก์แถลงว่าไม่ได้ให้เช่าใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยที่ ๒ ออกจากตึกพิพาทภายใน ๗ วัน ส่วนจำเลยที่ ๑ ให้ออกหมายจับ
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นควรไต่สวนคำร้องของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๙๘ ก่อนมีคำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา ๒๙๘ วรรค ๔ นั้น ศาลมีอำนาจที่จะพิจารณาถึงข้อแก้ตัวของจำเลยว่าเป็นข้อแก้ตัวอันดีหรือไม่ แล้วมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร ที่จำเลยที่ ๒ แสดงข้อแก้ตัวว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าตึกพิพาทใหม่แล้ว แต่ไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ โจทก์ปฏิเสธว่ามิได้ให้จำเลยเช่าใหม่ แม้จะไต่สวนต่อไปได้ความตามที่จำเลยแก้ตัว จำเลยก็ไม่อาจจะขอให้ศาลบังคับโจทก์ให้จำเลยเช่าได้ เพราะไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ ผลก็คือจำเลยไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในตึกพิพาทได้ ศาลไม่จำเป็นต้องไต่สวนตามข้อแก้ตัว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2505
นายสงวน เปลี่ยนเชาวน์ โจทก์
นายเซ่งเคี้ยง แซ่เล้า ที่ 1 นายโซเม้ง แซ่ตั้ง ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสงวน เปลี่ยนเชาวน์ · จำเลย - นายเซ่งเคี้ยง แซ่เล้า ที่ 1 นายโซเม้ง แซ่ตั้ง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พจน์ ปุษปาคม · บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายศริ มลิลา · ศาลอุทธรณ์ - นายทองคำ จารุเหติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา