⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3532/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3532/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับสารภาพว่าปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเขตทางน้ำชลประทานโดยผิดกฎหมาย และศาลพิพากษาให้รื้อถอนแล้ว จำเลยจะอ้างสิทธิของบุคคลภายนอกมาเป็นข้อแก้ตัวในการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาไม่ได้ เพราะเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในเขตทางน้ำชลประทานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไปจากเขตชลประทานภายใน 1 เดือน คดีถึงที่สุด จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องรื้อถอนโรงเรือนซึ่งจำเลยรับว่าได้ปลูกสร้างรุกล้ำโดยผิดกฎหมายออกไปจำเลยจะอ้างสิทธิของบุคคลภายนอกมาเป็นข้อแก้ตัวในการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาหาได้ไม่ เพราะเท่ากับเป็นการโต้แย้งว่าจำเลยมิได้ปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเขตทางน้ำชลประทานอันเป็นการโต้เถียงขัดกับข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้ว แม้จะเป็นในชั้นบังคับคดีก็ไม่อาจกระทำได้ข้ออ้างของจำเลยมิใช่ข้อแก้ตัวอันดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.298 พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2507 ม.12 พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2507 ม.17 พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ.2485 ม.23 พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ.2485 ม.37

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในเขตทางน้ำชลประทานโดยไม่รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๒๓, ๓๗, ฯลฯ ให้จำเลยรื้อโรงเรือนออกไปจากเขตชลประทานภายใน ๑ เดือนคดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โดยยังมิได้รื้อถอนโรงเรือนที่รุกล้ำออกไป ขอให้ออกหมายจับจำเลยมากักขังจนกว่าจะยอมปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้หมายเรียกจำเลยมาสอบถาม จำเลยมาศาลขอเวลารื้อถอนขนย้ายบ้านภายใน ๖ เดือนแล้ว ต่อมากลับอ้างว่า ที่ดินตรงที่จำเลยปลูกสร้างโรงเรือนเป็นของนายปุ๋ยจำเลยในคดีอาญาของศาลชั้นต้นอีกคดีหนึ่ง จำเลยเช่าที่ดินดังกล่าวจากนายปุ๋ยและศาลฎีกาพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวโดยยังมิได้ชี้ขาดว่าที่ดินนั้นเป็นของนายปุ๋ยหรือเป็นของกรมชลประทาน จึงยังฟังไม่ได้แน่ว่าที่ดินนี้เป็นของผู้ใด รูปคดีไม่มีประโยชน์ต่อโจทก์ที่จะบังคับคดีต่อไป ขอให้ยกคำขอของโจทก์ หรือทำการไต่สวนตามที่เห็นสมควร หรือสั่งให้โจทก์ไปดำเนินคดีเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินของกรมชลประทานกับนายปุ๋ยเสียก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๘ วรรคสี่ และวรรคห้า ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพและศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำเลยอ้างสิทธิของบุคคลภายนอกมาใช้ยันเพื่อให้งดการบังคับคดีไม่ได้ให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไปจากที่พิพาท หากไม่ปฏิบัติตามจะออกหมายจับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในเขตทางน้ำชลประทานโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องลงโทษปรับจำเลย และให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนออกไปจากเขตชลประทานภายใน ๑ เดือน จำเลยมิได้อุทธรณ์ คดีเป็นอันถึงที่สุด ผลแห่งคำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันจำเลยผู้เป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๕ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาคือรื้อถอนโรงเรือนออกไปจากเขตชลประทานซึ่งจำเลยรับว่าได้ปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำโดยผิดกฎหมาย จำเลยจะอ้างสิทธิของบุคคลภายนอกหรือเหตุอื่นใดอันมิใช่อำนาจพิเศษมาเป็นข้อแก้ตัวในการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาส่วนนี้หาได้ไม่ การที่จำเลยอ้างว่าที่ดินที่จำเลยปลูกสร้างอาคารหรือโรงเรือนเป็นของนายปุ๋ย จำเลยเช่าที่ดินดังกล่าวจากนายปุ๋ย โจทก์ไม่อยู่ในฐานะที่จะขอบังคับให้จำเลยรื้อถอนออกไป เท่ากับเป็นการโต้แย้งว่าจำเลยมิได้ปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเขตทางน้ำชลประทานของกรมชลประทาน อันเป็นการโต้เถียงขัดกับข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วดังกล่าวข้างต้น ซึ่งแม้จะเป็นในชั้นบังคับคดีก็ไม่อาจกระทำเช่นว่านั้นได้กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘(๑)เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิโต้แย้งฝ่าฝืนข้อเท็จจริงที่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้องแล้วเช่นนี้ ข้ออ้างของจำเลยจึงมิใช่ข้อแก้ตัวอันดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3532/2524 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายเสมา จังพานิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายเสมา จังพานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประสม ศรีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1030/2509ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1649/2498ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6868/2541ฎีกา 6321/2544ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3329/2550ฎีกา 218/2481ฎีกา 265/2534ฎีกา 4564/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา