⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1961/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าเช็คหายไป ทั้งที่ได้สลักหลังเช็คเพื่อชำระหนี้ให้แก่ผู้รับเช็คแล้ว ถือเป็นการกระทำที่ทำให้ผู้รับเช็คเสียหาย และผู้รับเช็คนั้นย่อมมีอำนาจฟ้องผู้แจ้งความเท็จเป็นคดีอาญาได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยยืมเงินโจทก์และสลักหลังเช็คมอบให้โจทก์ไว้เพื่อใช้หนี้ แต่กลับไปแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าเช็คหายไป นั้น เห็นได้ชัดว่า เป็นการเสียหายต่อโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหาย และมีอำนาจฟ้องจำเลย เป็นคดีอาญาต่อศาลได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันโดยจำเลยที่ ๑ ออกเช็ค ๒ ฉบับโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินหรือในขณะที่ออกไม่มีเงินในบัญชี จำเลยที่ ๒ ทราบถึงการออกเช็คนี้ ได้นำเช็ค ๒ ฉบับนั้นไปหลอกลวงขอยืมเงินโจทก์ โจทก์หลงเชื่อยอมให้จำเลยที่ ๒ ยืมไป ๒๓,๗๐๐ บาท และให้จำเลยที่ ๒ สลักหลังเช็คไว้ ต่อมาจำเลยที่ ๒ ได้ไปแจ้งความว่าเช็ค ๒ ฉบับหายไปขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องในข้อหาฐานแจ้งความเท็จแล้วสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกข้อหาในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑, จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ให้จำคุก ๓ เดือน โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยที่ ๒ อ้างว่าไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการที่จำเลยที่ ๒ แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนนั้น มิใช่ความเท็จ และมิได้เสียหายแก่โจทก์อย่างใดนั้น ก็เป็นการเถียงข้อเท็จจริงดุจกัน เพราะเมื่อศาลล่างทั้งสองฟังว่าเช็ครายพิพาทได้ตกมาอยู่ในมือโจทก์ได้อย่างไรเป็นลำดับมา จึงเชื่อว่ามิได้มีการหาย เมื่อจำเลยนำความที่รู้อยู่ว่าไม่เป็นความจริงไปแจ้งเช่นนั้น จึงเห็นได้ชัดว่า เป็นการเสียหายต่อโจทก์ผู้ทรงเช็คนั้นโดยตรง อันเนื่องจากการกระทำผิดของจำเลยที่ ๒ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามความในมาตรา ๒ (๔) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และมีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาต่อศาลได้ ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าเป็นข้อกฎหมายเพราะความผิดฐานแจ้งความเท็จอยู่ในหมวดความผิดต่อเจ้าพนักงาน โจทก์จึงฟ้องไม่ได้ ความข้อนี้ เมื่อฟังว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยตรงแล้ว ทั้งไม่มีกฎหมายใดห้ามไว้โดยชัดแจ้งแล้ว โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2505 นายเซียม แซ่ลิ้ม โจทก์ นายบั้กหมง แซ่เบ๊ ที่ 1 นายซี้เม้ง แซ่โง้ว ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเซียม แซ่ลิ้ม · จำเลย - นายบั้กหมง แซ่เบ๊ ที่ 1 นายซี้เม้ง แซ่โง้ว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยเจริญ สันติศิริ · โพยม เลขยานนท์ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายผสม จิตรชุ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายธงไชย จาตุรงคกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 4048/2528ฎีกา 11720/2555ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 581/2527ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 492/2509ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา