คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 240/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ขายได้จากการบังคับคดีในคดีอื่น ต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย หากยื่นเกินกำหนดเวลา ย่อมหมดสิทธิในการขอเฉลี่ย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจำเลยคนเดียวกันในคดี 2 สำนวน โดยมิได้รวมพิจารณาพิพากษาโจทก์นำยึดทรัพย์จำเลยในคดีแรกสำนวนเดียวแล้วขายทอดตลาด มีเจ้าหนี้อื่นมาร้องขอเฉลี่ยในกำหนดเวลา โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้เอาหนี้ในคดีหลังอีกสำนวนหนึ่งมารวมกับหนี้ในคดีแรกเพื่อคิดเฉลี่ยให้โจทก์ด้วย ดังนี้ ถือว่าเป็นคำร้องขอเฉลี่ย เมื่อยื่นเกิน 14 วัน ย่อมหมดสิทธิตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290วรรคสาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหยิน แซ่เลียว เจ้าของและผู้จัดการยี่ห้อซาฮะฮง · จำเลย - นายเจียง แซ่อัง เจ้าของและผู้จัดการโรงสีไฟยี่ห้อกวงเฮงล้ง · จำเลย - ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ · จำเลย - ธนาคารเกษตร จำกัด สาขาพิษณุโลก โดยนายเปลี่ยน สาริกานนท์ ผู้จัดการ ที่ 1 นายดวนมุ่ย แซ่โฮ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สารกิจปรีชา · ไชยเจริญ สันติศิริ · พจน์ ปุษปาคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา