⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 976/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 976/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ไม่ทำให้คดีอาญาระงับไป หากโจทก์มิได้แสดงเจตนาเลิกฟ้องคดีอาญา.

ย่อคำพิพากษา

คดีแพ่งและคดีอาญาเป็นคนละส่วนกันฉะนั้น แม้เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต่อศาลจังหวัดแต่ศาลจังหวัดไม่รับฟ้องคดีส่วนอาญา เพราะอยู่ในอำนาจศาลแขวง คงรับฟ้องเฉพาะคดีส่วนแพ่ง แล้วคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเฉพาะในข้อหาทางแพ่ง แต่ไม่ปรากฎว่าโจทก์ยอมเลิกคดีอาญากับจำเลยด้วยนั้น คดีอาญาย่อมไม่ระงับไป ส่วนการที่จำเลยประนีประนอมยอมรับผิดทางแพ่งนั้นก็มีผลเพียงไม่ต้องดำเนินคดีในทางแพ่งต่อไปเท่านั้นเอง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิม โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่เป็นคดีอาญาสินไหมว่าจำเลยยักยอกแหวน ๒ วงหรือมิฉะนั้นก็ยักยอกเงินที่ขายแหวนวงนี้ไว้ ศาลจังหวัดเชียงใหม่นัดไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญาต่อมาเห็นว่าข้อหาในคดีอาญาอยู่ในอำนาจของศาลแขวงจึงสั่งใหม่ ไม่รับฟ้องในข้อหาทางอาญา คงรับฟ้องไว้พิจารณาเฉพาะข้อทางแพ่งอย่างเดียว ในวันนัด-คู่ความมาศาลจำเลยแถลงขอทำสัญญาประนีประนอมกับโจทก์ รับผิดเฉพาะในข้อหาทางแพ่งศาลจึงทำสัญญาดังกล่าวให้ ต่อมาอีก ๔ วัน โจทก์นำคดีอาญาเรื่องเดียวกันมาฟ้องยังศาลแขวงเชียงใหม่ ๆ ไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า ความผิดที่ฟ้องนี้เป็นความผิดที่ยอมความกันได้ โจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความไว้ต่อกันแล้ว แม้คดีนั้นจะเป็นคดีแพ่ง แต่ก็มีมูลคดีมาแต่ส่วนอาญา อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องมาจากฟ้องของโจทก์ที่หาว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ เป็นการถือได้ว่าทั้งสองฝ่ายได้มีการยอมความระงับข้อพิพาททางอาญากันแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตร ๓๙(๒) จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าไม่ได้ยอมเลิกคดีอาญา ศาลฎีกาประชุมปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า คดีแพ่งและคดีอาญาเป็นคนละส่วนการที่จำเลยประนีประนอมยอมรับผิดในทางแพ่งมีผลแพียงให้ไม่ต้องดำเนินคดีในทางแพ่งต่อไปเท่านั้นส่วนคดีอาญายังคงมีอยู่ เรื่องนี้ ข้อเท็จจริงตามที่กล่าวข้างต้น จำเลยแถลงว่าจะขอทำสัญญาประนีประนอมกับโจทก์รับผิดเฉพาะในข้อหาทางแพ่งเท่านั้น โจทก์จึงทำสัญญาประนีประนอมกับจำเลยในสำนวนไม่ปรากฎเลยว่าโจทก์ยอมเลิกคดีอาญากับจำเลย ทั้งไม่มีข้อความตอนใดพอที่จะอนุมานได้ว่าโจทก์มีความประสงค์เช่นนั้น ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาจึงเห็นว่าคดีอาญายังไม่ระงับ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วย จึงพิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นสั่งมูลฟ้องของโจทก์ในข้อเท็จจริงถ้าคดีมีมูล ก็ให้ดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 976/2505 นางสอางค์ คียะพันธ์ โจทก์ นางสม ไชยวิสิทธิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสอางค์ คียะพันธ์ · จำเลย - นางสม ไชยวิสิทธิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์ · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายกิติ บูรพรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 4715/2542ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1656/2512ฎีกา 1415/2540ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1591/2495ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2290/2535ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 7339/2540ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 3222/2525ฎีกา 2169/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา