⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1439-1440/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1439-1440/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
กฎหมายที่วางวิธีการร้องขอให้ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ปฏิบัติเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ไม่ใช่กฎหมายที่บัญญัติย้อนหลังให้ลงโทษในทางอาญา และไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2505 ไม่ใช่กฎหมายที่บัญญัติย้อนหลังให้ลงโทษบุคคลในทางอาญา และไม่ใช่เป็นการบัญญัติดังศาลขึ้นใหม่แต่เป็นเพียงวางวิธีการร้องขอให้ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ปฏิบัติเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเท่านั้น จึงหาขัดต่อธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.250+ มาตรา 20 ไม่ นอกจากนี้พระราชบัญญัติดังกล่าวยังไม่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลและวิธีพิจารณาความให้ใช้บังคับเฉพาะคดีและเฉพาะคนกลุ่มหนึ่งเพราะเป็นกรณีที่บัญญัติขึ้นใช้แก่คดีประเภทใดประเภทหนึ่ง เป็นการทั่วไป ฉะนั้น จึงต้องถือว่า ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้โดยชอบ หาตกเป็นโมฆะอย่างใดไม่ ฉะนั้น ผู้ร้องซึ่งถูกควบคุมตัวไว้ในข้อหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อย ระหว่างศาลไต่สวนมีพระราชบัญญัติดังกล่าวประกาศใช้ ศาลย่อมมีคำสั่งให้ยกคำร้องนั้นเสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 ม.20 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 ม.3 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 ม.4 ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 ม.5 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องทั้งสองสำนวนร้องว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้จับผู้ร้องในข้อหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์และความผิดต่อความมั่นคงของรัฐแล้วควบคุมตัวผู้ร้องไว้ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ ทั้ง ๆ ที่การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว จึงเป็นการควบคุมผู้ร้องไว้ขัดต่อประกาศคณะปฏิบัติ ฉบับที่ ๑๒ และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๘๗ ด้วย คือ ควบคุมไว้เกินกว่าจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานของเจ้าพนักงานตำรวจผู้ควบคุมตัวไว้เสร็จสิ้นแล้ว ยังมิทันลงมือไต่สวนพยานของผู้ร้องได้มีพระราชบัญญัติการควบคุมตัวผู้ต้องหา ว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.๒๕๐๕ ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดไต่สวนไว้เพียงนั้น และมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองสำนวน ผู้ร้องทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาพระราชบัญญัติการควบคุมผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.๒๕๐๕ แล้ว เห็นว่า ได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๗๑-๗๗๒/๒๕๐๖ วินิจฉัยไว้แล้วว่า พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช่กฎหมายสารบัญญัติที่บัญญัติย้อนหลังให้ลงโทษบุคคลในทางอาญา และไม่ใช่เป็นการบัญญัติจัดตั้งศาลขึ้นใหม่ เป็นแต่เพียงวางวิธีการร้องขอให้ผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ปฏิบัติเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเท่านั้น จึงหาขัดต่อธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๐๒ มาตรา ๒+ไม่ และไม่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลและวิธีพิจารณาความให้ใช้บังคับเฉพาะคดีและเฉพาะคนกลุ่มหนึ่ง เพราะการบัญญัติกฎหมายเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลหรือวิธีพิจารณาความ จะกระทำมิได้ตามที่เคยมีรัฐธรรมนูญบัญญัติห้ามไว้นั้น ต้องเป็นกรณีที่บัญญัติขึ้นเพื่อใช้บังคับแก่คดีในคดีหนึ่งโดยเฉพาะ คือ ไม่บังคับแก่คดีอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นคดีประเภทเดียวกันด้วย ถ้าเป็นกรณีที่บัญญัติขึ้นเพื่อใช้แก่คดีประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการทั่วๆ ไป ดังพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งใช้บังคับผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อกฎหมายว่าด้วยป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ทั่วหน้ากันเช่นนี้ หาตกอยู่ในข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญนั้นด้วยไม่ และต้องถือว่าพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้โดยชอบ หาตกเป็นโมฆะแต่ประการใดไม่ เป็นอันว่า ตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว สิทธิของผู้ร้องที่จะร้องขอต่อศาลให้พิจารณาสั่งปล่อยจากการควบคุมตามมาตรา ๙๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแม้จะยื่นคำร้องขอไว้ต่อศาลแล้ว ก็ต้องระงับลงตามบทบังคับของพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะนำมาตรา ๙๐ มาใช้บังคับแก่กรณีการควบคุมตัวผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.๒๔๙๕ ซึ่งพนักงานสอบสวนควบคุมตัวไว้ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๒ ในระหว่างที่ยังคงใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๐๒ อยู่ ไม่ได้ ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของผู้ร้องทั้งสองสำนวน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1439 - 1440/2506 นายเทพ โชตินุชิต กับพวกรวม 20 คน ผู้ร้อง นายสอง สิทธิธรรม กับพวกรวม 8 คน ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายเทพ โชตินุชิต กับพวกรวม 20 คน · ผู้ร้อง - นายสอง สิทธิธรรม กับพวกรวม 8 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ห้วน ประชาบาล · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสุธรรม วรรณแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1913/2520ฎีกา 324/2504ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3041/2522ฎีกา 1197/2530ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 149/2526ฎีกา 269/2520ฎีกา 254/2520ฎีกา 1969/2515ฎีกา 1384/2518ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2752/2537ฎีกา 3055/2526ฎีกา 7937/2538ฎีกา 235/2538ฎีกา 8358/2538ฎีกา 1162/2515ฎีกา 583/2506ฎีกา 1234/2508ฎีกา 484/2486ฎีกา 3035/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา