⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1552/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. นิติกรรมที่คู่สัญญาไม่มีเจตนาจะผูกพันตามที่แสดงออก ย่อมตกเป็นโมฆะ 2. ในคดีแพ่ง โจทก์เพียงแต่อ้างข้อเท็จจริงและคำขอ ศาลมีหน้าที่ปรับบทกฎหมายเอง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กู้เงินจำเลย แต่จำเลยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา จึงเลี่ยงทำเป็นสัญญาขายฝากที่ดินโดยจำเลยผู้ซื้อฝากจะไม่เอาที่ดินหลุดเป็นสิทธินั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่มีเจตนาจะผูกพันกันตามสัญญาขายฝาก นิติกรรมขายฝากย่อมตกเป็นโมฆะ (แต่เข้าแบบเป็นนิติกรรมกู้เงิน ซึ่งโจทก์ให้ที่ดินจำเลยยึดถือไว้เป็นประกัน จึงบังคับกันได้) คดีแพ่งนั้น โจทก์ไม่จำต้องอ้างบทกฎหมายอย่างคดีอาญา เพียงแต่โจทก์บรรยายข้อเท็จจริงและคำขอมาก็พอแล้ว เป็นหน้าที่ของศาลจะต้องยกบทกฎหมายขึ้นปรับแก่ข้อเท็จจริงนั้น ๆ เอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.117 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.702

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงจำนองที่ดินไว้กับจำเลย แต่จำเลยให้โจทก์ทำเป็นสัญญาขายฝากเป็นเงิน ๑๑๕,๗๕๐ บาท มีกำหนด ๑ ปี โจทก์ได้เสียดอกเบี้ยและชำระค่าป่าถลุงให้จำเลย โดยตกลงกันว่า เมื่อครบกำหนด ๑ ปีแล้ว โจทก์ยังไม่ไถ่ถอนคืน จำเลยจะไม่เอาที่ดินหลุดเป็นสิทธิ ต่อมาจำเลยได้นำที่ดินพิพาทไปขายให้แก่บุคคลอื่น เป็นเงิน ๒๗๐,๐๐๐ บาท จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยรับเงินไถ่ถอนและคืนที่ดิน มิฉะนั้น ก็ให้ชดใช้ราคาที่ดินให้โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ขายฝากที่ดินพิพาทให้จำเลย เมื่อโจทก์ไม่ไถ่คืนภายในกำหนด ๑ ปี ตามสัญญา ย่อมหมดสิทธิที่จะเรียกร้องที่ดินคืน พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่โจทก์ขายฝากไว้กับจำเลยที่ ๑ นั้นเป็นนิติกรรมอำพรางการจำนอง จึงให้จำเลยรับเงินไถ่ถอนที่ดินพิพาทจากโจทก์ ๑๑๕,๗๕๐ บาท และโอนที่พิพาทให้โจทก์ถ้าโอนไม่ได้ ก็ให้จำเลยใช้ราคาที่ดิน ๑๕๔,๒๕๐ บาท ให้โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้รับดอกเบี้ยจากโจทก์ ฟังได้ว่าก่อนที่จะทำสัญญาขายฝากก็ดี ขณะทำสัญญาขายฝากก็ดี หรือภายหลังที่ทำสัญญาแล้วก็ดี โจทก์และจำเลยที่ ๑ มิได้ตั้งใจจะผูกพันกันตามสัญญาขายฝาก เป็นเรื่องที่จำเลยที่ ๑ ต้องการดอกเบี้ยเท่านั้น แต่ดอกเบี้ยเกินอัตราในกฎหมาย จึงเลี่ยงทำเป็นขายฝาก โดยจำเลยที่ ๑ สัญญาจะไม่เอาที่ดินหลุดเป็นสิทธิดังที่โจทก์นำสืบมา ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่สามารถจะชนะคดีได้ เพราะไม่ปรากฎในฟ้องเลยว่า โจทก์ขอให้บังคับจำเลยตามนิติกรรมอะไรนั้น เห็นว่า ในคดีแพ่ง โจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างบทกฎหมายอย่างคดีอาญา เพียงแต่โจทก์บรรยายข้อเท็จจริงและคำขอมาก็พอแล้ว เป็นหน้าที่ของศาลจะต้องยกบทกฎหมายขึ้นปรับแก้ข้อเท็จจริงนั้น ๆ เรื่องนี้ ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบมาดังกล่าวข้างต้น อ่านแล้วได้ความว่า โจทก์และจำเลยที่ ๑ ไม่ได้มุ่งหมายจะผูกพันกันตามสัญญาขายฝาก เพราะยอมให้ไถ่เมื่อเกินกำหนดระยะเวลาในสัญญา โจทก์จึงฟ้องขอไถ่ตามที่ตกลงกันไว้ ถ้าไถ่ไม่ได้ก็ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย นับว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่า สัญญาขายฝากเป็นโมฆะ แต่เข้าแบบเป็นนิติกรรมกู้เงินและให้ที่ดินแก่จำเลยที่ ๑ ยึดถือไว้เป็นประกัน จึงไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นเกินคำขอ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2506 นางประดับ ลาจสงคราว โจทก์ นายมิตร์ ภูมิรัตน์ ที่ 1 นางมายูร ภูมิรัตน์ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประดับ ลาจสงคราว · จำเลย - นายมิตร์ ภูมิรัตน์ ที่ 1 นางมายูร ภูมิรัตน์ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · ประวัติ ปัตตพงศ์ · สุธรรมานุวัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเข้า เฉลิมข่วง · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 591/2531ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1536/2500ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 272/2490ฎีกา 2572/2541ฎีกา 794/2509ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2520/2544ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 5423/2553ฎีกา 4007/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา