⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 444/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สมรสตกลงกันในเรื่องบุตรว่าให้อยู่ในความอุปการะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ถือเป็นการตกลงให้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงฝ่ายเดียว หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความหมายของข้อตกลงดังกล่าว สามารถนำพยานบุคคลมาสืบเพื่อแสดงเจตนาที่แท้จริงของคู่กรณีได้

ย่อคำพิพากษา

สามีภรรยาจดทะเบียนหย่ากันและทำหนังสือกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินและบุตรไว้ ณ อำเภอ ข้อตกลงเกี่ยวกับบุตรเขียนไว้ในบันทึกว่า บุตร 4 คน อยู่ในความอุปการะของภรรยา ดังนี้ สามีชอบที่จะนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างตามคำให้การของตนได้ว่า คำว่าอุปการะ ที่เขียนไว้นั้น ตนคัดค้านแล้ว ปลัดอำเภอผู้เขียนชี้แจงว่าไม่ใช่อำนาจปกครองอยู่แก่ภรรยา เป็นแต่ให้ภรรยาช่วยอุปการะในฐานเป็นมารดาเท่านั้นนั้น ตนจึงได้ยินยอม รวมทั้งพฤติการณ์ที่แสดงความหมายแห่งข้อตกลงซึ่งสามียกขึ้นต่อสู้ไว้ว่า เป็นแต่ตกลงให้ภรรยาช่วยอุปการะเลี้ยงดูบุตรเท่านั้นด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1502 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1536

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากัน มีบุตรด้วยกัน ๔ คน ต่อมาโจทก์จำเลยได้ตกลงอย่าขาดจากกันโดยจดทะเบียนหย่า และทำหนังสือกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินและบุตรไว้ที่อำเภอ ให้บุตร ๔ คนนี้อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของโจทก์ หลังจากนั้นจำเลยได้ขอรับบุตร ๔ คน ไปอยู่กับจำเลยชั่วคราว โจทก์ก็ยินยอม ภายหลังโจทก์ขอรับบุตรคืน จำเลยไม่ยอมให้ ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิเอาบุตร ๔ คนนี้ไว้ได้ตามข้อตกลง โจทก์ลอบไปรับบุตรมาอยู่กับโจทก์แล้ว ๓ คน เหลือแต่เด็กหญิงอุษา ขอให้บังคับจำเลยส่งให้แก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ได้หย่ากันและตกลงแบ่งทรัพย์สินกันจริง แต่บุตรทั้ง ๔ คนนั้น ไม่ได้ตกลงให้อยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ เป็นแต่ตกลงให้โจทก์ช่วยอุปการะเลี้ยงดูตามหน้าที่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๖ เท่านั้น เมื่อปลัดอำเภอเขียนบันทึกว่าบุตรทั้ง ๔ คน อยู่ในความอุปการะของนางสังวาลย์ จำเลยได้คัดค้านแล้วปลัดอำเภอชี้แจงว่า ไม่ใช่อำนาจปกครองอยู่แก่โจทก์ เป็นแต่ให้โจทก์ช่วยอุปการะในฐานเป็นมารดาเท่านั้น จำเลยจึงยินยอม จำเลยยังถือว่าอำนาจปกครองเป็นของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ในวัดนัดพร้อม จำเลยแถลงจะขอสืบถึงเจตนาในบันทึกของอำเภอ แต่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า ข้อความในบันทึกนี้ได้ความชัดเจนแล้วว่า โจทก์อำเภอตกลงให้บุตรทั้ง ๔ คนอยู่ในความอุปการะของโจทก์ ซึ่งหมายความถึงอำนาจปกครองบุตรนั่นเอง จำเลยไม่มีอำนาจปกครอง จะขอนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารไม่ได้ พิพากษาให้จำเลยส่งเด็กหญิงอุษาแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานของคู่ความในข้อเจตนาของจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า บันทึกข้อตกลงในการปกครองบุตรมิได้ใช้คำว่า ปกครอง แต่ใช้คำว่าอุปการะ จะมีความหมายให้อำนาจปกครองอยู่แก่โจทก์หรือไม่ เป็นการตีความหมายของเอกสาร จำเลยกล่าวอ้างไว้แล้วว่า คำว่าอุปการะ ที่เขียนนั้น จำเลยคัดค้านแล้ว ปลัดอำเภอชี้แจงว่าไม่ใช่อำนาจปกครองอยู่แก่โจทก์ เป็นแต่ให้โจทก์ช่วยอุปการะในฐานเป็นมารดาเท่านั้น จำเลยจึงได้ยินยอม จำเลยชอบที่จะนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างนี้ รวมทั้งพฤติการณ์ที่แสดงความหมายแห่งข้อตกลงซึ่งจำเลยยกขึ้นต่อสู้นี้ด้วยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2506 นางสังวาลย์ ขันทอง โจทก์ นายสอน คงศรี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสังวาลย์ ขันทอง · ล. - นายสอน คงศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายเฟื่องขจิต รัศมีภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 224/2530ฎีกา 1452/2511ฎีกา 220/2509ฎีกา 1561/2520ฎีกา 325/2524ฎีกา 1427/2493ฎีกา 1897/2538ฎีกา 7/2492ฎีกา 1750/2527ฎีกา 2533/2549ฎีกา 790/2497ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 2671/2532ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 389/2541ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา