⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 518/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนของพนักงานสอบสวนนอกเขตอำนาจสอบสวนของตน เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่พนักงานอัยการในการฟ้องคดี

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีที่อยู่ ถูกจับ และเหตุเกิดในเขตอำเภอสอบสวนของพนักงานสอบสวนอำเภอหนึ่ง หากพนักงานสอบสวนอำเภออื่นจะเป็นผู้สอบสวน จำเลยจะคัดค้านอำนาจสอบสวนหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่ทำให้การสอบสวนนั้นกลับเป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมายได้ เท่ากับไม่มีการสอบสวน พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกับจำเลยในคดีอาญาดำที่ ๒๙/๒๕๐๔ทำสุรากลั่นและมีภาชนะเครื่องกลั่นสำหรับสุราไว้ในครอบครอง มีสุรากลั่น สุราแช่ ที่รู้ว่าทำขึ้นโดยฝ่าฝืนมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เหตุเกิดที่ตำบลเขื่องคำ อำเภอยะโสธร จังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ มาตรา ๕, ๓๐, ๓๒ พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๔, ๖ จำเลยให้การว่า มิได้กระทำผิดตามฟ้องและตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ทั้งการสอบสวนคดีนี้ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย ขอให้ยกฟ้อง เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ ๑ ปาก โจทก์ขอเพิ่มเติมที่เกิดเหตุเป็นตำบลสงเปื่อย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดอุบลราชธานี อีกแห่งหนึ่ง จำเลยไม่คัดค้าน ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม พนักงานสอบสวนอำเภอยะโสธรมีอำนาจสอบสวน และฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ปรับ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ว่า พนักงานสอบสวนอำเภอยะโสธรไม่มีอำนาจสอบสวน เพราะเหตุเกิดในท้องที่ตำบลย่อ อำเภอคำเขื่อนแก้ว นอกเขตอำนาจการสอบสวน การสอบสวนจึงไม่ชอบ ทั้งข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเหตุเกิดในท้องที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว พนักงานสอบสวนอำเภอยะโสธรจึงไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนจึงไม่ชอบ มีผลเท่ากับไม่มีการสอบสวน ไม่จำเป็นต้องชี้ขาดข้อเท็จจริง พิพากษากลับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว พยานโจทก์ว่าตรงที่ที่จำเลยทำการต้มกลั่นสุราและที่ที่จับจำเลยได้พร้อมของกลางอยู่ในเขตท้องที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว จึงฟังได้ว่าความผิดอาญามิได้เกิด และจำเลยมิได้ถูกจับในเขตท้องที่อำเภอยะโสธร ส่วนที่พยานโจทก์ว่าเห็นจำเลยยกไหใส่เรืออยู่ในเขตอำเภอยะโสธร แล้วพายเรือข้ามบุ่งกุดแทบไปยังฝั่งตรงข้าม คือ ที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในเขตอำเภอคำเขื่อนแก้วนั้น ก็ไม่แน่ชัดว่าในไหนั้นจะมีน้ำสุราอยู่ด้วย เพราะโจทก์มิได้นำสืบ จึงอาจเป็นไหเปล่าก็ได้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดอาญาฐานใดฐานหนึ่งตามที่โจทก์กล่วในฟ้องในเขตท้องที่อำเภอยะโสธรได้เลย ทั้งตามฟ้องของโจทก์ก็ระบุว่าจำเลยตั้งบ้านเรือนอยู่อำเภอคำเขื่อนแก้ว ความผิดได้เกิดขึ้นและจำเลยมีที่อยู่ ทั้งจำเลยถูกจับในเขตอำเภอคำเขื่อนแก้วทั้งสิ้น จึงเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนอำเภอคำเขื่อนแก้ว เป็นผู้สอบสวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนอำเภอยะโสธรจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยจะได้คัดค้านอำนาจการสอบสวนหรือไม่ ก็ไม่ทำให้การสอบสวนที่ปราศจากอำนาจนั้นกลับเป็นการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายได้ เมื่อการสอบสวนไม่ชอบ ก็เท่ากับไม่มีการสอบสวน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๒๐ บัญญัติห้ามไม่ให้พนักงานอัยการฟ้องคดีโดยมิได้มีการสอบสวนก่อน จึงไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒๖/๒๔๘๓ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2506 อัยการประจำศาลจังหวัดยะโสธร โจทก์ นายสี สีหาด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดยะโสธร · ล. - นายสี สีหาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท สุมาวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะโสธร - นายบรรจบ อุปพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจินตา บุณยอาคม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 5603/2542ฎีกา 300/2501ฎีกา 9729/2556ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 1379/2524ฎีกา 3593/2529ฎีกา 1362/2537ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11423/2554ฎีกา 1915/2529ฎีกา 9239/2547ฎีกา 6903/2543ฎีกา 13537/2553ฎีกา 3811/2528ฎีกา 3879/2542ฎีกา 1974/2539ฎีกา 6774/2558ฎีกา 1093/2482ฎีกา 2670/2521ฎีกา 1401/2519ฎีกา 2129/2537ฎีกา 1813/2531ฎีกา 403/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา