⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1009/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยึดสินสมรสของลูกหนี้มาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องคู่สมรสของลูกหนี้ให้รับผิดในหนี้นั้นก่อน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยึดทรัพย์อันเป็นสินสมรสของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษามาขายใช้หนี้ตามคำพิพากษาได้โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องภริยาของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นจำเลยให้ร่วมรับผิดในหนี้รายนั้นก่อน เพราะเป็นการยึดทรัพย์ของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษาโดยตรง (อ้างฎีกาที่ 926/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.282 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1466 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1483

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำยึดสวนมะพร้าว ๑ แปลงกับเรือนพิพาทอ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้โจทก์ตามคำพิพากษา นายหรั่ง พรหมสวัสดิ์ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่ดินสวนกับเรือนที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องโดยซื้อมาจากนางพร้อมมารดาโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทน ทรัพย์พิพาทเป็นสินเดิมและสินส่วนตัวของนางพร้อม ๆ ได้หย่ากับจำเลยแล้ว หนี้ที่โจทก์ฟ้องไม่ใช่หนี้ร่วม ทั้งนางพร้อมก็มิได้ถูกฟ้องให้รับผิดในหนี้รายนี้ ขอให้เพิกถอนการยึด โจทก์ให้การว่า นางพร้อมเป็นภริยาจำเลย หนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วม จำเลยกับนางพร้อมมีหนี้สินล้นพ้นตัว สมยอมทำการหย่าและแบ่งทรัพย์กันเพื่อฉ้อเจ้าหนี้ ทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรส การโอนเป็นการไม่สุจริตหรือเจ้าหนี้ ่เป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ศาลชั้นต้นฟังว่า ทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนางพร้อม และหนี้ที่จำเลยก่อขึ้นเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับนางพร้อม จำเลยกับนางพร้อมหย่ากันเพื่อแบ่งทรัพย์หนีเจ้าหนี้ การโอนทรัพย์พิพาทให้ผู้ร้องเป็นการไม่สุจริต ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า การรับโอนของผู้ร้องเป็นไปโดยสุจริต โจทก์จะยึดทรัพย์รายนี้โดยไม่ฟ้องนางพร้อมให้รับผิดเสียก่อนไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า การโอนเป็นไปโดยไม่สุจริต ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ข้อที่ว่าโจทก์นำยึดโดยไม่ฟ้องนางพร้อมเสียก่อนไม่ต้องวินิจฉัย และข้อที่ว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยกับนางพร้อมหรือไม่ ก็ไม่ต้องวินิจฉัย พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับนางพร้อม และการโอนทรัพย์รายนี้เป็นการกระทำที่สมยอมเพื่อฉ้อเจ้าหนี้ เป็นการกระทำที่ไม่สุจริต เป็นทางที่ให้เจ้าหนี้ของจำเลยเสียเปรียบ โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้เพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๓๗ โดยไม่ต้องให้โจทก์ไปฟ้องทำลายการโอนเสียก่อนได้ (อ้างฎีกาที่ ๑๑๕๑-๑๑๕๒/๒๕๐๓) เมื่อนิติกรรมไร้ผล ทรัพย์พิพาทก็ยังคงเป็นสินสมรสอันเป็นสินบริคณห์ที่จำเลยมีส่วนได้รวมอยู่ด้วย โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ชอบที่จะยึดมาขายใช้หนี้ตนได้โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องนางพร้อมภรรยาเป็นจำเลยให้ร่วมรับผิดในหนี้รายนี้ก่อน เพราะเป็นการยึดทรัพย์ของจำเลยโดยตรงตามนัยฎีกาที่ ๙๒๘/๒๕๐๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2507 นายขอม ทองอยู่ โจทก์ นายแดง ภิรมย์พานิช ล. นายหรั่ง พรหมสวัสดิ์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายขอม ทองอยู่ · ล. - นายแดง ภิรมย์พานิช · ผู้ร้อง - นายหรั่ง พรหมสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - ม.ร.ว.ทูน ศรีธวัช · ศาลอุทธรณ์ - นายประสม เภกะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 3808/2526ฎีกา 886/2515ฎีกา 1247/2510ฎีกา 2345/2540ฎีกา 370/2506ฎีกา 1775/2512ฎีกา 1123/2487ฎีกา 1492/2510ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 478/2501ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 635/2511ฎีกา 1902/2494ฎีกา 1141/2540ฎีกา 1445/2482ฎีกา 805/2506ฎีกา 310/2534ฎีกา 348/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา