⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1087/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การรับข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างแล้ว จะนำสืบข้อเท็จจริงอย่างอื่นที่แตกต่างไปจากที่รับไว้ไม่ได้ เว้นแต่จะได้ยกข้อต่อสู้ขึ้นมาโดยชัดแจ้งในคำให้การ.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยให้การรับว่า ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินให้โจทก์ไว้จริง จำเลยจะขอนำสืบตามข้อต่อสู้ว่า หนังสือสัญญากู้นั้นทำขึ้นแทนหนังสือวางเงินมัดจำในการที่จำเลยขายที่ดินให้โจทก์ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 จำเลยฎีกาอ้างว่า จำเลยมีสิทธินำสืบได้ว่า ได้มีการโอนที่ดินใช้หนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์อันเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนเงินกู้ให้แก่โจทก์แล้ว แต่ในคำให้การของจำเลยมิได้กล่าวตั้งเป็นประเด็นข้อนี้ไว้โดยชัดแจ้ง ก็ไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบในข้อนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ ๒,๐๐๐ บาท ยอมให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๒๕ บาทต่อเดือน กำหนดชำระต้นเงิน ๒๙ ม.ค.๐๕ ถึงกำหนดชำระแล้วจำเลยขอผัดตลอดมา ขอให้ศาลบังคับใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เมื่อปลายปี พ.ศ.๒๕๐๓ โจทก์ขอซื้อที่ดินจากจำเลยเป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท ก่อนไปโอนขายที่อำเภอโจทก์ขอให้จำเลยทำหนังสือสำคัญไว้ แต่ไม่มีใครทำหนังสือมัดจำเป็น จึงได้ทำเป็นหนังสือกู้ยืมเงินว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไป ๑,๕๐๐ บาท ต่อมาโจทก์ยังได้ซื้อที่ดินจากจำเลยเพิ่มอีก โดยเพิ่มเงินอีก ๕๐๐ บาท ได้ทำสัญญกู้ขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่ง รวมเป็น ๒,๐๐๐ บาท จำเลยขอสัญญาฉบับเดิมคืน โจทก์บ่ายเบี่ยงต่าง ๆ นานา ครั้นเดือนมกราคม ๒๕๐๕ จำเลยได้โอนขายที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ตามที่ตกลงกันโดยไม่มีการชำระเงินอีก แต่จำเลยขอสัญญากู้ ๒ ฉบับมาทำลาย โจทก์กลับว่าสัญญาสูญหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามคำให้การจำเลยไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ สั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฎในคำให้การของจำเลยเองก็รับตามฟ้องอยู่แล้วว่า จำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้เงิน ๒,๐๐๐ บาทให้โจทก์ไว้จริง จำเลยจะนำสืบการใช้เงินได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดง หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรค ๒ ตามคำให้การของจำเลยมิได้อ้างว่าสัญญากู้นั้นเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือสัญญาหรือหนี้ที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์อันจะเข้าข้อยกเว้นในนำสืบพยานบุคคลได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ ข้อที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธินำสืบได้ว่าได้มีการโอนที่ดินใช้หนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์อันเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทนเงินให้แก่โจทก์แล้วนั้น ในคำให้การของจำเลยก็มิได้กล่าวตั้งเป็นประเด็นข้อนี้ไว้โดยชัดแจ้ง จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบในข้อนี้ได้ ตามคำให้การของจำเลยทำนองที่ว่าเอกสารกู้ฉบับนี้ทำขึ้นแทนหนังสือวางเงินมัดจำในการที่จำเลยขายที่ดินให้โจทก์นั้น จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะนำสืบตามข้อต่อสู้นี้ได้ เพราะเป็นการนำสืบที่ต้องห้ามตามมาตรา ๙๔ แห่งบทกฎหมายที่กล่าวมาแล้วนั้นอีก (อ้างฎีกาที่ ๒๘๘/๒๕๐๓) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2507 นายแสง จันสุกศรี โจทก์ นายอั้น ทองพูล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแสง จันสุกศรี · ล. - นายอั้น ทองพูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ห้วน ประชาบาล · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 170/2546ฎีกา 1561/2520ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 2135/2518ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1302/2535ฎีกา 2635/2527ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา