⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 121/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 121/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิสูจน์ว่าคำให้การของบุคคลเป็นเท็จ ไม่จำเป็นต้องมีประจักษ์พยานมายืนยันโดยตรงเสมอไป แต่สามารถพิสูจน์ได้จากรายละเอียดของคำให้การหรือพฤติการณ์ของบุคคลนั้นเอง

ย่อคำพิพากษา

การที่จะพิสูจน์ถ้อยคำของบุคคลที่กล่าวอ้างว่าได้เห็นเหตุการณ์ใด ๆ ว่าเป็นเท็จนั้น ไม่จำต้องมีประจักษ์พยานมายืนยันโดยตรงว่าบุคคลนั้นมิได้เห็นเหตุการณ์เช่นนั้นเสมอไป ในบางกรณี รายละเอียดแห่งถ้อยคำของผู้นั้นโดยลำพังหรือประกอบด้วยพฤติการณ์ของผู้นั้นเอง ย่อมพิสูจน์ได้ในตัวว่าผู้นั้นกล่าวคำเท็จ ฟ้องว่าจำเลยให้การเท็จในคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน ขอให้ลงโทษตามประมาวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,172 เมื่อพิจารณาได้ความตามฟ้อง ศาลย่อมพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 172 ฟ้องว่าจำเลยให้การในครั้งแรกว่าจำเลยได้ยินเสียงปืน อีกสักครู่ก้เห็น ค.ถือปืนสั้น กับท.และ จ. โผล่ออกมาจากข้างถนน แล้วตอนท้ายจำเลยว่า เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ ต.กับพวกใช้ปืนยิงด้วย ต่อมาจำเลยให้การในครั้งหลังว่า ผู้ตายขี่จักรยานหนี ต.กับพวก ท.และจ. ถ้อยคำที่ให้การนี้เป็นเท็จทั้งสิ้น ดังนี้ แม้ศาลจะฟังว่าเฉพาะคำให้การในครั้งหลังเป็นความเท็จเพียงตอนเดียว ก็ลงโทษตามมาตรา 172 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในคดีอาญาที่นายใจ๋ นายทา นายตั๋นต้องหาว่าฆ่านายตือตาย โดยจำเลยให้การเป็นพยานชั้นสอบสวนต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๐๔ มีใจความว่า จำเลยกับนายสิงห์ดำขี่จักรยานไปซื้อหอม เกือบถึงป่าช้าบ้านท่าคุ้มก็ได้ยินเสียงปืนดังอยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่ได้สนใจ สักครู่เห็นนายตั๋นถือปืนสั้นกับนายทานายใจ๋โผล่ออกมาจากข้างถนน นายตั๋นพูดห้ามจำเลยไม่ให้ไปว่าเขายิงกันข้างหน้า ให้กลับบ้านเสีย ในตอนท้ายจำเลยว่าจำเลยเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่นายตั๋นกับพวกใช้ปืนยิงและมาขู่จำเลยด้วย ต่อมาวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๐๕ จำเลยได้ให้การเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนมีใจความว่า นายตือผู้ตายขี่จักรยานหนี นายตั๋นกาับพวกนายทานายใจ๋วิ่งไล่ติดตามไปสัก ๑๐ ว่า นายตือล้มลง เมื่อนายทานายใจ๋วิ่งตรงไปที่นายตือ พอดีนายตั๋นเหลียวหน้ามาทางจำเลย นายตั๋นร้องบอกนายทานายใจ๋ว่าคนมา ๆ จำเลยก็เห็นนายทานายใจ๋วิ่งหนีไป ถ้อยคำนี้เป็นความเท็จทั้งสิ้น ความจริงจำเลยมิได้รู้เห็นอะไรเลย ดังที่จำเลยได้ให้การต่อศาล(ในคดีที่อัยการศาลทหารฟ้องนายใจ๋นายทาว่าร่วมกันนายตั๋นฆ่านายตือ)ว่าจำเลยมิได้รู้เห็นอะไรเลย ทำให้พนักงานสอบสวน นายใจ๋ นายทา และนายตั๋น เสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๗,๑๗๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมาวลกฎหมาายอาญามาตรา ๑๓๗,๑๗๒ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๗๒ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ติดใจโต้เถียงข้อที่ศาลชั้นต้นเชื่อถ้อยคำที่จำเลยให้การไว้เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๐๕ ว่าเป็นความจริง ในชั้นฎีกาคงมีประเด็นว่า ที่จำเลยให้การในวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๐๕ ดังที่กล่าวไว้ในฟ้องนั้นเป็นถ้อยคำเท็จหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จะพิสูจน์ถ้อยคำของบุคคลที่กล่าวอ้างว่าได้เห็นเหตุการณ์ใด ๆ ว่าเป็นเท็จนั้น หาจำต้องมีประจักษ์พยานมายืนยันโดยตรงว่าบุคคลนั้นมิได้เห็นเหตุการณ์นั้นเสมอไปไม่ ในบางกรณีรายละเอียดแห่งถ้อยคำของผู้นั้นโดยลำพังหรือประกดอบด้วยพฤติการณ์ของผู้นั้นเองย่อมพิสูจน์ได้ในตัวว่าผู้นั้นกล่าวคำเท็จก็เป็นได้ เรื่องนี้จำเลยให้การในชั้นสอบสวน ๒ ครั้งไม่ตรงกัน ยิ่งเบิกความในชั้นศาลกลับตรงกันข้าม คำของจำเลยจะต้องเป็นเท็จไม่ครั้งใดก็ครั้งหนี่งเป็นอย่างน้อย แล้วศาลฎีกาฟังว่า ที่จำเลยให้การต่พนักงานสอบสวนว่าจำเลยเห็นนายทานายใจ๋วิ่งไล่นายตือ เป็นความเท็จ ความจริงจำเลยไม่ได้เห็น ความเท็จข้อนี้ทำให้นายทานายใจ๋รวมทั้งพนักงานสอบสวนเสียหายแล้ว จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒ พิพากษากลับ ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒ จำคุก ๑ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 121/2507 อัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายก๋อง สุริยะบล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดลำพูน · ล. - นายก๋อง สุริยะบล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายชลูตม์ สวัสดิทัต · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 848/2545ฎีกา 4519/2544ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา