⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 454/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่ขอให้ศาลสั่งเปลี่ยนผู้ใช้อำนาจปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1538(6) แม้ว่าบทกฎหมายที่อ้างในคำฟ้องเบื้องต้นจะไม่ได้อยู่ในอำนาจของศาลดังกล่าวก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลคดีเด็กฯ ขอให้ถอนอำนาจปกครองจากจำเลยแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแทน แม้ว่าคำฟ้องของโจทก์อาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1503 เป็นหลักซึ่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กฯ พ.ศ.2494 มาตรา 8(2) ไม่ได้บัญญัติให้มาตรา 1503 นี้อยู่ในอำนาจศาลคดีเด็กฯก็ตามแต่การที่โจทก์ขอให้ศาลสั่งเปลี่ยนอำนาจปกครองจากจำเลยให้อยู่แก่โจทก์ผู้เป็นมารดาซึ่งเป็นเรื่องที่ศาลจะสั่งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1538(6) ด้วย และมาตรานี้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กฯ พ.ศ.2494 มาตรา 8(2)บัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กฯ ฉะนั้นศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1503 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1538 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องต่อศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางว่า จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายและไม่เอาใจใส่ดูแลบุตร ขอให้ถอนอำนาจปกครองจากจำเลยแต่งตั้งโจทก์ให้เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแทน จำเลยให้การว่า โจทก์ละทิ้งบุตรไว้กับจำเลยแล้วไปมีสามีใหม่ขอให้ยกฟ้อง ศาลคดีเด็กฯ พิจารณาเห็นว่า พฤติการณ์ทั่วไปยังไม่มีเหตุจะเพิกถอนอำนาจปกครองของจำเลย พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็ก ๆ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์จำเลยได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภรรยาแล้วได้ทำหนังสือสัญญาตกลงกันมอบให้จำเลยเป็นผู้ปกครองบุตร บัดนี้โจทก์มาฟ้องขอให้ศาลสั่งเปลี่ยนตัวผู้ปกครอง อันเป็นการดำเนินการโดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1503 เป็นหลักซึ่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนฯ พ.ศ. 2494 มาตรา 8(2) จะมิได้บัญญัติว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กฯ ดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ก็ตาม แต่คดีนี้ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งเปลี่ยนอำนาจปกครองจากจำเลยให้อยู่แก่โจทก์ผู้เป็นมารดาซึ่งเป็นเรื่องที่ศาลจะสั่งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1538(6) ด้วย ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนฯ พ.ศ. 2494 มาตรา 8(2) บัญญัติว่า คดีซึ่งจะต้องบังคับใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1538(6) นี้ ให้อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชน ฉะนั้น คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางที่จะพิจารณาพิพากษาได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ส่งสำนวนคืนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2507 นางสุพัตรา แก้วสีปลาด โจทก์ นายเซียวซองขิมหรือทรงขิม สีบุญเรือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุพัตรา แก้วสีปลาด · จำเลย - นายเซียวซองขิมหรือทรงขิม สีบุญเรือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · การุณย์นราทร · โพยม เลขยานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6038/2534ฎีกา 3666/2531ฎีกา 820/2501ฎีกา 937/2490ฎีกา 998/2505ฎีกา 1423/2535ฎีกา 2076/2497ฎีกา 398/2517ฎีกา 669/2506ฎีกา 210/2510ฎีกา 1963/2517ฎีกา 1684/2518ฎีกา 1401/2509ฎีกา 1405/2512ฎีกา 303/2488ฎีกา 3179/2533ฎีกา 1586/2494ฎีกา 1616/2518ฎีกา 1225/2508ฎีกา 3141/2516ฎีกา 2652/2516ฎีกา 1285/2508ฎีกา 1112/2492ฎีกา 2049/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา