⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 988/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2507

ป.พ.พ. ม.113

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดค่าจ้างทนายความโดยคิดเป็นร้อยละของทุนทรัพย์ที่ฟ้อง ไม่ถือเป็นสัญญาแบ่งส่วนทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาท จึงไม่ขัดต่อกฎหมายและบังคับได้ตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างว่าความที่ทนายความเรียกค่าจ้างจากลูกความยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้องคิดเป็นเงินค่าจ้าง 24,200 บาทนั้น เป็นค่าจ้างที่แน่นอน การที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของจำนวนทุนทรัพย์ เป็นเพียงอาศัยเป็นเกณฑ์คำนวณค่าจ้างว่าความว่าจะเรียกร้องค่าจ้างคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าใดของทุนทรัพย์ที่ฟ้องเท่านั้น หาใช่เป็นสัญญาแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทที่ลูกความจะพึงได้รับเมื่อชนะคดีไม่ จึงไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ฉะนั้น จึงย่อมบังคับกันได้ตามสัญญานั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงว่าจ้างโจทก์ให้เป็นทนายยื่นฟ้องวัดพระพุทธบาทเรียกเงินค่าก่อสร้างห้องแถวที่ค้างอยู่เป็นเงิน ๑๒๑,๐๐๐ บาท ตกลงคิดค่าจ้างเหมาจนคดีถึงที่สุดในอัตรา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ฟ้อง เป็นเงิน ๒๔,๒๐๐ บาท โจทก์ได้ดำเนินการทวงถามและฟ้องร้องให้จนคดีถึงที่สุด ศาลพิพากษาให้วัดพระพุทธบาทใช้เงินแก่จำเลย ๑๒๑,๐๐๐ บาท จำเลยจึงมีหน้าที่ชำระเงินค่าจ้างว่าความให้โจทก์ ๒๔,๒๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ใช้ขอให้บังคับ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำเลยใช้ค่าจ้างว่าความให้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.๒๔๗๗ มาตรา ๑๒(๒) บัญญัติห้ามมิให้ทนายความรับเป็นทนายว่าต่างแก้ต่างโดยวิธีสัญญาแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ เช่น สัญญาว่า ถ้าลูกความชนะคดีได้เงินหรือทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทมาเท่าใด ทนายความขอส่วนได้จากเงินหรือทรัพย์สินที่จะได้มาอันเป็นการไม่แน่นอน เป็นต้น แต่ในคดีนี้ โจทก์เรียกร้องค่าจ้างจากจำเลย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้องคิดเป็นเงินค่าจ้าง ๒๔,๒๐๐ บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินค่าจ้างที่แน่นอน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ โจทก์เรียกร้องค่าจ้างจากจำเลยเป็นเงิน ๒๔,๒๐๐ บาทนั้นเอง การที่โจทก์คิดจากเปอร์เซ็นต์ของจำนวนทุนทรัพย์ เป็นเพียงโจทก์อาศัยเป็นเกณฑ์คำนวณค่าจ้างว่าความของโจทก์ว่าคดีชนิดใดโจทก์จะเรียกร้องค่าจ้างคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าใดของทุนทรัพย์ที่ฟ้องเท่านั้น หาใช่เป็นสัญญาแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจำเลยจะพึงได้รับเมื่อชนะคดีไม่ จึงไม่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.๒๔๗๗ มาตรา ๑๒(๒) และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2507 นายอาภรณ์ รัตนะตรี โจทก์ นายลักษณ์ ด่านตระกูล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอาภรณ์ รัตนะตรี · ล. - นายลักษณ์ ด่านตระกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายวิญญาณ เลขะกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท สุคนธมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3245/2534ฎีกา 2908/2523ฎีกา 548/2522ฎีกา 4800/2534ฎีกา 230/2501ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2657/2534ฎีกา 742/2490ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2843/2532ฎีกา 2328-2329/2520ฎีกา 2242/2531ฎีกา 3053/2527ฎีกา 999/2531ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 981/2524ฎีกา 2635/2527ฎีกา 344/2511ฎีกา 3115/2529ฎีกา 1984/2492ฎีกา 1460/2493ฎีกา 1500/2531ฎีกา 3712/2524ฎีกา 615/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา