⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1361/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว ย่อมต้องห้ามฎีกา เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดไว้.

ย่อคำพิพากษา

ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำผิด โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต ดังนี้ เมื่ออุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 22 แล้ว โจทก์จึงยกข้อเท็จจริงขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้ โดยถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 249 ฎีกาโจทกืเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้าม ยกฎีกาโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์ ขอให้ลงโทษประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๖๒,๓๕๘ วันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลสอบโจทก์ โจทก์แถลงว่าที่ธรณีสงฆ์วัดจันทรสโมสรที่โจทก์ถือเป็นมูลฟ้อง คดีนี้ยังพิพาทกันอยู่ที่ศาลแพ่งตามสำนวนคดีดำที่ ๒๖๓๙/๒๕๐๗ ศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวน แล้ววินิจฉัยว่ากรณีตามมูลฟ้องทั้งสองข้อหาเป็นการแย่งสิทธิครอบครองกันในทางแพ่ง ไม่มีเจตนาอันเป็นมูลในทางอาญาที่เป็นความผิดฐานบุกรุกและทำลายทรัพย์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าจำเลมีเจตนาทุจริต ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิดฐานบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์แต่อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ เมื่อต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว โจทก์ก็ยกขึ้นว่ากล่าวในขั้นอุทธรณ์ไม่ได้ ฉะนั้น โจทก์จึงยกข้อเท็จจริงขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้ โดยถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ ฎีกาของโจทก์คดีนี้เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้าม พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2508 พันโทสุนทร สังประกุล ที่ 1 นายเซ็งน้ำ แซ่กอ ที่ 2 โจทก์ พระครูวินัยธรนวน ที่ 1 พลโทแสร์ น้อยเศรษฐ์ ที่ 2 ร้อยเอกประลอง บูชา ที่ 3 นายอนันต์ นุชดำรงค์ ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันโทสุนทร สังประกุล ที่ 1 นายเซ็งน้ำ แซ่กอ ที่ 2 · 3 - พระครูวินัยธรนวน ที่ 1 พลโทแสร์ น้อยเศรษฐ์ ที่ 2 ร้อยเอกประลอง บูชา ที่ · จำเลย - นายอนันต์ นุชดำรงค์ ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายพิชัย รชตะนันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2302/2535ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 7988/2551ฎีกา 710/2542ฎีกา 2186/2550ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 3329/2550ฎีกา 218/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา