คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สำเนาเอกสารที่โจทก์อ้างเป็นพยาน สามารถรับฟังได้ หากผู้กระทำได้มาเบิกความรับรองว่าได้กระทำโดยถูกต้องตามสำเนานั้น
* การนำสำเนาเอกสารมาส่งศาลตามที่ระบุไว้ในบัญชีระบุพยาน ย่อมรับฟังได้ แม้จะส่งต้นฉบับไว้ที่ศาลอื่นในคดีอีกเรื่องหนึ่งก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ระบุพยานว่า สัญญาก่อนสมรสหรือสำเนาสัญญาก่อนสมรสอยู่ที่โจกท์ เมื่อโจทก์นำต้นฉบับมาส่งศาลไม่ได้ เนื่องจากโจทก์ส่งไว้ที่ศาลอื่นในคดีอีกเรื่องหนึ่ง โจทก์ก็นำสำเนาสัญญาก่อนสมรสซึ่งอยู่ที่โจทก์ส่งศาลตามที่ระบุไว้ในบัญญชีระบุพยานได้ ไม่เป็นเรื่องสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร
โจทก์อ้างสำเนาหนังสือสัญญาก่อนสมรสเป็นพยาน และโจทก์กับสามีโจทก์ได้เบิกความรับรองว่าได้ทำกันโดยถูกต้องก่อนทำการสมรสจริง ย่อมรับฟังได้
สำเนาเอกสารไม่มีผู้เซ็นรับรอง แต่เมื่อตัวผู้กระทำได้มาเบิกความรับรองว่าได้กระทำโดยถูกต้องตามสำเนานั้น ย่อมถือว่ารับฟังได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวโจทก์เพื่อทำการค้า เมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยได้เช่าอยู่ต่อไปอีกโดยไม่มีกำหนดเวลาโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไปได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว แต่จำเลยก็ไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่จำเลย
จำเลยสู้ว่า จำเลยเข้าหุ้มซื้อตึกพิพาทกับโจทก์ โจทก์จะโอนตึกพิพาทให้จำเลยเมื่อจำเลยชำระราคาให้โจทก์ครบ ระหว่างที่จำเลยชำระราคาให้โจทก์ครบ ระหว่างที่จำเลยชำระราคายังไม่ครบ โจทก์ให้จำเลยทำสัญญาเช่าไปพลางก่อน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย หากโจทก์ประสงค์จะเลิกห้างหุ้นส่วน โจทก์ต้องคืนเงินให้จำเลย สามีโจทก์ไม่ได้ให้ความยินยอมในการฟ้องคดีสัญญาก่อนสมรสที่ให้โจทก์ดำเนินคดีได้โดยไม่ต้องให้สามียินยอมอีก เป็นสัญญาปลอมทำย้อนหลัง จำเลยไม่ได้รับคำบอกกล่าวจากโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาขับไล่จำเลย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะค่าเสียหาย นอกนั้นยืนตามศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ที่จำเลยฎีกาว่า สัญญาก่อนสมรสทำย้อนหลังเป็นโมฆะนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาก่อนสมรสทำก่อนสมรส และแม้โจทก์จะนำต้นฉบับหนังสือสัญญาก่อนสมรสมาส่งศาลไม่ได้ แต่โจทก์ก็ได้อ้างสำเนาหนังสือสัญญาก่อนสมรสเป็นพยานและโจทก์กับสามีโจทก์ได้เบิกความรับรองว่า ได้ทำกันโดยถูกต้องก่อนทำการสมรสจริง จึงรับฟังได้
ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ระบุพยานในบัญชีระบุพยานว่า ต้นฉบับสัญญาก่อนสมรสอยู่ที่โจทก์ แต่กลับนำสืบว่า ต้นฉบับสัญญาก่อนสมรสอยู่ที่ศาลแพ่ง จึงเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ เห็นว่า ความจริงโจทก์ระบุพยานว่า สัญญาก่อนสมรสอยู่ที่โจทก์ เมื่อโจทก์นำต้นฉบับส่งศาลไม่ได้ เนื่องจากโจทก์ส่งไว้ที่ศาลแพ่งในคดีเรื่องอื่นซึ่งเจ้าพนักงานศาลยังค้นไม่พบ โจทก์ก็นำสำเนาสัญญาก่อนสมรสซึ่งอยู่ที่โจทก์ส่งศาลตามที่ระบุไว้ในบัญชีระบุพยานได้ ไม่เป็นเรื่องสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขแต่อย่างใด ส่วนสำเนาหนังสือสัญญาก่อนสมรสที่โจทก์ส่งศาล แม้จะไม่มีผู้เซ็นรับรองสำเนาสัญญานั้นก็ตาม แต่เมื่อโจทก์และสามีก็ได้มาเบิกความรับรองว่าได้กระทำโดยถูกต้องตามสำเนานั้นแล้ว ย่อมรับฟังได้ และเห็นว่า โจทก์ได้ซื้อตึกและที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ มิได้เข้าหุ้นส่วนกับจำเลย และไม่ได้ตกลงว่าจะโอนตึกและที่ดินพิพาทให้จำเลยเมื่อจำเลยชำระราคาให้โจทก์ครบแล้ว
ที่จำเลยอ้างว่า สัญญาเช่าทำขึ้นเพื่ออำพรางการคิดดอกเบี้ยในเงินที่โจทก์ได้จ่ายทดรองไปในการซื้อที่ดินและตึกพิพาท เห็นว่า เป็นเรื่องเช่ากันโดยตรง และโจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยโดยชอบแล้ว
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2508
นางประไพ วิริยะพันธุ์ โจทก์
นายเตี๊ยกมิ่ง แซ่ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางประไพ วิริยะพันธุ์ · จำเลย - นายเตี๊ยกมิ่ง แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · เชื้อ คงคากุล · พร สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายพันธ์ นัยวิฑิต · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา