⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 628/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2508

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยกู้โจทก์จำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระเงินกู้ให้โจทก์แล้วและฟ้องแย้งเรียกเงินที่ชำระเกินคืนจากโจทก์ด้วย เช่นนี้ เมื่อหนังสือสัญญากู้ยังอยู่ที่โจทก์ โดยยังมิได้แทงเพิกถอนในเอกสารว่าได้มีการชำระหนี้หรือมีเอกสารที่มีลายมือชื่อโจทก์ผู้ให้กู้มาแสดง ย่อมจะฟังว่าจำเลยได้ชำระเงินกู้แก่โจทก์แล้วหาได้ไม่ (อ้างฎีกาที่ 513/2501)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.166 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกู้เงินโจทก์ไปเป็นเงินจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาท ทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐาน นับแต่วันกู้จนถึงวันฟ้องจำเลยผ่อนดอกเบี้ยให้โจทก์รวม ๑๙ เดือน ส่วนต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวม ๒๒,๘๑๒.๕๐ บาท จำเลยยังมิได้ชำระ โจทก์ทวงถาม จำเลยผิดนัด ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินรวมทั้งดอกเบี้ยให้โจทก์ตามฟ้องด้วย จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การกับฟ้องแย้งว่า กู้เงินโจทก์ไปจริงแต่ชำระให้โจทก์ไปแล้วหลายครั้ง เมื่อรวมแล้วโจทก์รับเงินของจำเลยซึ่งเกินต้นเงินและดอกเบี้ยที่กู้ไป ๔,๗๒๕ บาท ดังปรากฏในเอกสารการรับเงินของโจทก์ท้ายคำให้การ ขอให้ศาลยกฟ้องและฟ้องแย้งเรียกเงินคืน ๔,๗๒๕ บาทจากโจทก์ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เอกสารที่จำเลยเสนอมาท้ายคำให้การ เป็นการคิดดอกเบี้ยและรับเงินที่เกี่ยวพันหนี้สินรายอื่น ไม่เกี่ยวกับหนี้สินที่โจทก์ฟ้อง ฟ้องแย้งเคลือบคลุม ขาดอายุความ และไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ก่อนชี้สองสถาน จำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรม ศาลสั่งให้จำเลยที่ ๑ เป็นคู่ความแทนจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินกู้ให้โจทก์ ๑๕,๐๐๐ บาท พร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี และยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยให้การรับแล้วว่าได้กู้เงินโจทก์และทำหนังสือสัญญากู้เงินตามฟ้องให้แก่โจทก์จริง แต่ต่อสู้ว่าได้ใช้เงินให้แก่โจทก์แล้ว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรค ๒ บัญญัติว่า "ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดง หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว" คดีนี้ ได้ความว่าสัญญากู้อันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมซึ่ง จำเลยทำให้โจทก์ยึดถือไว้นั้น ยังคงอยู่ที่โจทก์โดยมิได้แทงเพิกถอนในเอกสารนั้นว่าได้มีการชำระหนี้แล้ว ทั้งไม่มีเอกสารใดที่มีลายมือชื่อโจทก์ผู้ให้กู้พอที่จะเป็นหลักฐานแสดงการรับเงินของโจทก์ เอกสารหมาย ล.๑ ล.๒ นั้น ไม่มีลายมือชื่อโจทก์อยู่เลย ทั้งโจทก์ปฏิเสธอยู่ว่ามิใช่เป็นเอกสารที่เกี่ยวหนี้รายที่ฟ้อง จึงไม่พอที่จะฟังเป็นหลักฐานการใช้เงินรายที่ฟ้อง จำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๑๓/๒๕๐๑ ระหว่างนายเนียม โจทก์ นายชื่น ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันใหัจำเลยใช้เงินแก่โจทก์นั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2508 นางไพเราะห์ นาคมาลา โจทก์ นางไซหงษ์ แซ่เจี่ย ที่ ๑ นางสาวถาวร แซ่ก๊วย ที่ ๒ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางไพเราะห์ นาคมาลา · จำเลย - นางไซหงษ์ แซ่เจี่ย ที่ ๑ นางสาวถาวร แซ่ก๊วย ที่ ๒
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเชิญ สินธุนาวา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 92/2531ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา