คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดสิ้นสภาพบุคคล สัญญาเช่าที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นผู้เช่าก็ย่อมระงับไปด้วย
ย่อคำพิพากษา
ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์เพื่อทำการค้า ต่อมาผู้จัดการห้างจำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดถึงแก่กรรม เมื่อคดีไม่มีประเด็นเรื่องการเลิกห้างโดยมีการชำระบัญชีจึงย่อยจะถือว่าห้างจำเลยยังคงตั้งอยู่เท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีไม่ได้ และเมื่อห้างจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าตึงรายนี้สิ้นสภาพบุคคลแล้วสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับห้างจำเลยก็ย่อยเป็นอันระงับไป บริวารของห้างจำเลยจึงย่อมไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในตึกแถวของโจทก์ได้โดยชอบต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยนายแต้ไคซิวหุ้นส่วนผู้จัดการได้ทำหนังสือเช่าตึกแถวจากโจทก์มีกำหนดวเลา ๓ ปี ค่าเช่าเดือนละ ๓๐๐ ลสม เพื่อทำการค้าขาย เมื่อสิ้นอายุสัญญาเช่าแล้ว โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารออกไป จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกของโจทก์ ใหจำเลยใช้ค่าเช่า ๓,๖๐๐ บาท ค่าเสียหาย ๕๐๐ บาท กับค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออไปจากตึกของโจทก์ด้วย
จำเลยโดยนายเอี๊ยะกี่ แซ่แต้ให้การว่า นายไคซิว แซ่แต้ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดถึงแก่กรรม ห้างจำเลยจึงเป็นอันล้มเลิกสิ้นสภาพบุคคล โจทก์จะฟ้องห้างจำเลยไม่ได้ ตึกพิพิาทเดิมนายไคซิวเช่าจากโจทกืเพื่อใช้เป็นเคหะอยู่อาศัยทำการค้าเพียงเล็กน้อย เมื่อนายไคซิวถึงแก่กรรม นางสาวพรดีบุตรสาวได้แสดงความจำนงขอเช่าสืบสิทธิต่อมา โดยจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอให้ยกฟ้อง
ต่อมานางสาวพรดี โรจนวรกุล ร้องสอดต่อสู้คดีร่วมกับจำเลย แต่โจทก์คัดค้านว่าผู้ร้องสอดไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในคดี ขอให้ยกคำร้อง
ศาลขั้นต้นเห็นว่าผู้รร้องสอดอาจตกอยู่ในผลบังคับแห่งคดีด้วย จึงสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมตามขอ และฟังว่าห้างจำเลยเป็นผู้เช่าตึกเพื่อทำการค้าผู้ร้องสอดจะอ้างการสืบสิทธิการเข่าต่อไปไม่ได้ พิพากษาขับไล่จำเลย จำเลยร่วมและบริวารออกจากตึกของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง ๓,๖๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไป
ห้างหุ้นส่วนจำกัดไคเต็กหลีจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ห้างหุ้นส่วนจำกัดไคเต็กหลีจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้จำเลยรับอยู่แล้วว่า เมื่อนายไคซิว แซ่แต้ ผู้จัดการห้างจำเลยถึงแก่กรรม และโดยที่คดีนี้ไม่มีประเด็กเรื่องการเลิกห้างโดยมีการชำระบัญชี ฉะนั้น จึงจะถือว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยยังคงตั้งอยู่เท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชีไม่ได้ ก็เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดไคเต็กหลีเป็นผู้เช่าตึกแถวรายนี้จากโจทก์นั้นสิ้นสภาพบุคคลเสียแล้ว สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นย่อมเป็นอันระงับไป ทั้งห้างหุ้นส่วนนั้นก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทรัพยฺ์ที่เช่าเพราะไม่มีตัวตนที่สามารถจะใช้ทรัพย์นั้นได้ ดังนั้น บริวารของห้างหุ้นส่วนจำกัดไคเต็กหลีจึงไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในตึกแถวของโจทก์ได้โดยชอบต่อไป ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ยกฏีกาจำเลย.
็
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2508
นางแจ่ม หวั่งหลี โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดไคเต็กหลี จำเลย
นางสาวพรดี โรจนวรกุล จ.ล.ร่วม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางแจ่ม หวั่งหลี · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดไคเต็กหลี · จ.ล.ร่วม - นางสาวพรดี โรจนวรกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ห้วน ประชาบาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา