⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1157/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้ว แต่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้น ผู้ร้องขอให้ยึดทรัพย์ยังมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่กฎหมายกำหนดไว้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องและขอให้ยึด อายัดทรัพย์จำเลยชั่วคราวก่อนพิพากษา ศาลอนุญาต ต่อมาศาลสั่งให้ยกเลิกคำสั่งนี้ตามที่จำเลยร้องขอ ดังนี้ โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อยึดทรัพย์สินซึ่งไม่ใช่ตัวเงินแล้ว ไม่มีการขายหรือจำหน่าย โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีร้อยละ 3 ครึ่ง ของราคาทรัพย์สินที่ยึดตามตาราง 5(3) การที่ศาลอนุญาตให้ถอนหมายยึดตามวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของจำเลยตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 261 นั้น เป็นเรื่องที่ศาลอนุญาตให้ถอนหมายยึดเท่านั้น ส่วนค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งได้ดำเนินการยึดไปแล้ว โจทก์ยังมีหน้าที่ต้องเสียอยู่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 149 เมื่อโจทก์เป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินของจำเลยแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้โจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง 5 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.259 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.261 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.266

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชี และร้องขอให้ศาลยึดและอายัดทรัพย์สินจำเลยในกรณีมีเหตุฉุกเฉินก่อนพิพากษาศาลอนุญาต จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่เคยเป็นหุ้นส่วนกับจำเลย และร้องขอให้ถอนการยึดและอายัด ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้ยึดหรืออายัดนั้นเสีย และให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลภายใน ๓๐ วัน ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกัน และศาลพิพากษาตามยอม โจทก์ไม่นำค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีมาชำระ ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์แถลงภายใน ๗ วัน โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์อุทธรณ์พ้นกำหนด ๑ เดือนนับแต่วันศาลมีคำสั่ง จึงไม่รับอุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๐๖ โจทก์อุทธรณ์วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๐๘ อยู่ในระยะเวลา ๑ เดือน และอุทธรณ์ไม่ต้องห้าม ให้รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีร้อยละสามครึ่งของราคาทรัพย์สินที่ยึดชอบแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นให้โจทก์ชำระร้อยละสามครึ่งของจำนวนเงินที่ยึดหรืออายึดหรือราคาทรัพย์สินที่อายัดไม่ชอบ เพราะตามตาราง ๕(๔) ให้เรียกร้อยละหนึ่ง จึงพิพากษาแก้ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีร้อยละหนึ่งของจำนวนเงินที่ได้ยึดหรืออายัดหรือราคาทรัพย์สินที่อายัดไว้แล้ว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัย ที่โจทก์ฎีกาว่าการยึดทรัพย์ตามวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษามิได้เป็นการบังคับคดีเพื่อขายทอดตลาดทรัพย์ โจทก์จึงไม่ควรต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าวิธีการชั่วคราวก่อนคำพิพากษาและการบังคับตามคำพิพากษาก็อยู่ในภาค ๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งด้วยกัน และมาตรา ๒๕๙ ก็ให้นำบทบัญญัติลักษณะ ๒ แห่งภาค ๔ ว่าด้วยการบังคับคดีมาใช้บังคับแก่วิธีการชั่วคราวโดยอนุโลม ฉะนั้น เมื่อศาลสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินไม่ว่าโดยวิธีชั่วคราวก่อนพิพากาษหรือบังคับคดีตามคำพิพากษา ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง ๕ ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้ยึดทรัพย์สินตามวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา จึงเท่ากับไม่มีการยึดทรัพย์มาก่อนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอนุญาตให้ถอนหมายยึดตามคำขอของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๑ เท่านั้น ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งได้ดำเนินการยึดไปแล้ว โจทก์ยังมีหน้าที่ต้องเสียอยู่ ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ไม่มีมาตราใดให้ศาลมีอำนาจสั่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละสามครึ่งจากโจทก์ได้ ศาลฎ๊กาเห็นว่า ตามมาตรา ๑๔๙ ค่าธรรมเนียมในการดำเนินกระบวนพิจารณาให้คู่ความผู้ดำเนินกระบวนพิจารณานั้นๆ เป็นผู้ชำระ เมื่อโจทก์เป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินของจำเลยแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้โจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง ๕ ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2509 อัยการจังหวัดเชียงใหม่เพื่อประโยชน์ของนางวิภาพันธ์ โอสถาพันธ์ โจทก์ นายบุญอยู่ โปษยะวัติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงใหม่เพื่อประโยชน์ของนางวิภาพันธ์ โอสถาพันธ์ · จำเลย - นายบุญอยู่ โปษยะวัติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · โพยม เลขยานนท์ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายประสพชัย ยามาลี · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญญัติ สุขารมย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 802/2491ฎีกา 1913/2520ฎีกา 4024/2536ฎีกา 795/2510ฎีกา 3801/2536ฎีกา 1383/2506ฎีกา 3221/2534ฎีกา 6027/2534ฎีกา 3403/2524ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 952/2539ฎีกา 8277/2551ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 292/2502ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 1094/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา