คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391-1398/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นบัญชีระบุพยานรวมกันทุกสำนวน แม้จะมิได้ใส่เลขคดีให้ครบถ้วน ก็ถือเป็นความบกพร่องเพียงเล็กน้อย โจทก์ย่อมมีสิทธินำพยานเข้าสืบได้ทุกสำนวน.
ย่อคำพิพากษา
คดีที่ศาลรวมพิจารณานั้น เมื่อทนายโจทก์ซึ่งเป็นคนเดียวกันในทุกสำนวนได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ในสำนวนคดีหนึ่งโดยระบุเลขคดีแต่คดีเดียวเท่านั้น แต่ชื่อคู่ความก็ลงชื่อโจทก์กับพวก และชื่อจำเลยกับพวก ชื่อพยานก็ระบุชื่อโจทก์ทุกสำนวนอ้างตนเองเป็นพยาน พยานเอกสารก็อ้างเอกสารของโจทก์ทุกคน ดังนี้ เห็นได้ว่าเป็นการยื่นบัญชีระบุพยานรวมกันทุกสำนวน แม้จะมิได้ใส่เลขคดีให้ครบถ้วน ก็เป็นความบกพร่องเพียงเล็กน้อย โจทก์จึงมีสิทธินำพยานสืบตามบัญชีระบุพยานที่ระบุไว้นั้นได้ทุกสำนวน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ เป็นปัญหาเรื่องยื่นบัญชีระบุพยานโดยโจทก์ทั้ง ๘ สำนวนได้ฟ้องขับไล่จำเลยจากที่พิพาท จำเลยทุกสำนวนต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาคดีทั้ง ๘ สำนวนนี้ กับคดีแพ่งหมายเลขดำของศาลชั้นต้นที่ ๘๘/๒๕๐๗ ซึ่งโจทก์จำเลยในคดีนั้นก็เป็นโจทก์จำเลยเดียวกันกับบางคดีใน ๘ สำนวนนี้ ศาลสั่งให้โจทก์มีหน้าที่สืบพยานก่อนทั้ง ๙ สำนวน แต่ปรากฏว่าโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานไว้ในสำนวนคดีหมายเลขดำที่ ๘๔/๒๕๐๗ สำนวนเดียว โดยลงเลขคดีว่า คดีดำที่ ๘๔/๒๕๐๗ แต่ชื่อคู่ความลงไว้ว่านายนพดลกับพวก โจทก์ นายเป้ากับพวก จำเลย ชื่อพยานระบุว่า ๑.โจทก์อ้างตัวเองเป็นพยาน ๒. นายพรมโจทก์ในคดีดำ ๑๘๒,๑๘๖, ๑๙๓/๒๕๐๗ อ้างตัวเองเป็นพยาน ๓. นางทองใบ โจทก์ในคดีดำ ๑๘๖,๑๘๔,๑๘๗/๒๕๐๗ อ้างตัวเองเป็นพยาน และพยานเอกสารก็อ้างเรื่องราวจับจองที่ดินของโจทก์ทั้งสามนี้
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานและแยกคดีทั้ง ๘ สำนวนนี้ออกจากคดีดำที่ ๘๔/๒๕๐๗ แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ อ้างว่าโจทก์ทั้ง ๘ สำนวนนี้มิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน ไม่มีพยานมาสืบให้สมฟ้อง
โจทก์ทั้ง ๘ สำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๗(๒) ให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานได้ทั้ง ๘ สำนวน แล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่
จำเลยทั้ง ๘ สำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามบัญชีระบุพยานที่ยื่นไว้ในคดีดำที่ ๘๔/๒๕๐๗ นั้น ทนายโจทก์ซึ่งเป็นทนายคนเดียวกันของโจทก์ทั้ง ๙ สำนวนเป็นผู้ยื่น และตามข้อความที่ลงไว้ในบัญชีระบุพยานนั้นเห็นได้ว่าเป็นการยื่นบัญชีระบุพยานโดยระบุรวมกันไว้ทั้ง ๙ สำนวน แม้เลขคดีจะมิได้ลงไว้ให้ครบถ้วน ก็เป็นความบกพร่องเพียงเล็กน้อย โจทก์จึงมีสิทธินำพยานสืบตามพยานที่ระบุไว้นั้นได้ทุกสำนวน โดยไม่จำต้องยื่นบัญชีพยานใหม่
พิพากษายืนในผลที่ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วให้พิจารณาพิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391 - 1398/2509
นางทองใบ พงษ์สมัย โจทก์
นายอั๊น สอดสี จำเลย
นายพรม ทองปรีชา โจทก์
นายอั๊น สอดสี จำเลย
นางทองใบ พงษ์สมัย โจทก์
นายเป้า ยลเบ็ญจพล จำเลย
นายพรม ทองปรีชา โจทก์
นายเป้า ยลเบ็ญจพล จำเลย
นางทองใบ พงษ์สมัย โจทก์
นางบุญยิ่ง แซ่เตียว จำเลย
นายนพดล บุตรอินทร์ โจทก์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองใบ พงษ์สมัย · จำเลย - นายอั๊น สอดสี · โจทก์ - นายพรม ทองปรีชา · จำเลย - นายอั๊น สอดสี · โจทก์ - นางทองใบ พงษ์สมัย · จำเลย - นายเป้า ยลเบ็ญจพล · โจทก์ - นายพรม ทองปรีชา · จำเลย - นายเป้า ยลเบ็ญจพล · โจทก์ - นางทองใบ พงษ์สมัย · จำเลย - นางบุญยิ่ง แซ่เตียว · โจทก์ - นายนพดล บุตรอินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อดุล รัตนปิณฑะ · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายไพศาล วิบุลศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพี้ยง บุญรักษา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา