⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 221/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2509

ป.พ.พ. ม.1480, 1482 · ป.วิ.แพ่ง ม.147, 288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่เกิดจากการกระทำละเมิดของสามี ไม่ใช่หนี้ร่วมที่ภริยาต้องรับผิด และเจ้าหนี้ของสามีไม่มีสิทธิยึดทรัพย์สินที่เป็นสินเดิมของภริยา.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินเดิมของผู้ร้อง และโจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านทั้งผู้ร้องแม้จะอุทธรณ์ แต่ก็มิได้คัดค้านในข้อนี้ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทมิใช่ของผู้ร้องจึงเป็นการไม่ชอบ หนี้อันเกิดจากการที่สามีทำละเมิด มิใช่หนี้ร่วมอันภริยาจะต้องรับผิดด้วย เจ้าหนี้ของสามีจึงไม่มีสิทธิยึดทรัพย์ที่เป็นสินเดิมของภริยา(อ้างฎีกาที่ 1250/2493 และที่ 1059/2495).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เพราะเหตุจำเลยแกล้งจุดไฟไหม้สวนยางของโจทก์ และโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินบ้าน ๑ แปลง เรือน ๑ หลัง และที่ดินสวนยาง ๑ แปลง อ้างว่าเป็นของจำเลยผู้ร้องจึงได้ร้องว่าที่ดินทั้งสองแปลงเป็นสินเดิมของผู้ร้องที่ ๑ และเรือนเป็นของผู้ร้องที่ ๒ ขอให้ปล่อยทรัพย์นี้ โจทก์ให้การว่าทรัพย์ที่นำยึดเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินทั้งสองแปลงเป็นสินเดิมของผู้ร้องที่ ๑ แต่ถือว่าเป็นทรัพย์บริคณห์กันอยู่ระหว่างจำเลยและผู้ร้องที่ ๑ ผู้ร้องที่ ๑ จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์นี้ ส่วนเรือนนั้นฟังว่าไม่ใช่ของผู้ร้องที่ ๒ จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามที่ผู้ร้องนำสืบมา ไม่เชื่อว่าทรัพย์สินพิพาทเป็นของผู้ร้อง พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วว่าที่ดินพิพาท ๒ แปลง เป็นสินเดิมของผู้ร้องที่ ๑ โจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้าน และผู้ร้องก็มิได้อุทธรณ์คัดค้านในข้อนี้ ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทนั้นไม่ใช่ของผู้ร้องที่ ๑ จึงเป็นการไม่ชอบ และการกระทำละเมิดของจำเลยนั้นเป็นการกระทำของจำเลยโดยเฉพาะ ผู้ร้องที่ ๑ มิได้ร่วมกระทำด้วย จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยในค่าเสียหายที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดที่ดินอันเป็นสินเดิมของผู้ร้องที่ ๑ ได้ อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๕๐/๒๔๙๓ และที่ ๑๐๕๙/๒๔๙๕ ส่วนเรือนพิพาทฟังว่า ไม่ใช่ของผู้ร้องที่ ๒ จึงพิพากษาแก้ ให้ปล่อยที่ดินพิพาททั้งสองแปลง นอกนั้นพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2509 นายร่วง อ่อนชื่นจิตร โจทก์ นายเย็น ยิ่งยง จำเลย นางซ้วน ยิ่งยง ที่ 1 นายฉ้วน ยิ่งยง ที่ 2 ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายร่วง อ่อนชื่นจิตร · จำเลย - นายเย็น ยิ่งยง · ผู้ร้อง - นางซ้วน ยิ่งยง ที่ 1 นายฉ้วน ยิ่งยง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เกษคุปต์ · ยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4274/2543ฎีกา 10220/2551ฎีกา 9716/2544ฎีกา 2041/2525ฎีกา 5218/2545ฎีกา 1086/2509ฎีกา 1536/2522ฎีกา 187/2488ฎีกา 2196/2533ฎีกา 10506/2551ฎีกา 6033/2541ฎีกา 8141-8145/2561ฎีกา 2699/2520ฎีกา 1449/2521ฎีกา 360/2525ฎีกา 4985/2537ฎีกา 308-309/2511ฎีกา 697/2518ฎีกา 2959/2556ฎีกา 7730/2540ฎีกา 1057/2538ฎีกา 4133/2535ฎีกา 1827/2506ฎีกา 6351/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา