⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 221/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่เกิดจากการกระทำละเมิดของสามี ไม่ใช่หนี้ร่วมที่ภริยาต้องรับผิด และเจ้าหนี้ของสามีไม่มีสิทธิยึดทรัพย์สินที่เป็นสินเดิมของภริยา.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินเดิมของผู้ร้อง และโจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านทั้งผู้ร้องแม้จะอุทธรณ์ แต่ก็มิได้คัดค้านในข้อนี้ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทมิใช่ของผู้ร้องจึงเป็นการไม่ชอบ หนี้อันเกิดจากการที่สามีทำละเมิด มิใช่หนี้ร่วมอันภริยาจะต้องรับผิดด้วย เจ้าหนี้ของสามีจึงไม่มีสิทธิยึดทรัพย์ที่เป็นสินเดิมของภริยา(อ้างฎีกาที่ 1250/2493 และที่ 1059/2495).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เพราะเหตุจำเลยแกล้งจุดไฟไหม้สวนยางของโจทก์ และโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินบ้าน ๑ แปลง เรือน ๑ หลัง และที่ดินสวนยาง ๑ แปลง อ้างว่าเป็นของจำเลยผู้ร้องจึงได้ร้องว่าที่ดินทั้งสองแปลงเป็นสินเดิมของผู้ร้องที่ ๑ และเรือนเป็นของผู้ร้องที่ ๒ ขอให้ปล่อยทรัพย์นี้ โจทก์ให้การว่าทรัพย์ที่นำยึดเป็นของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินทั้งสองแปลงเป็นสินเดิมของผู้ร้องที่ ๑ แต่ถือว่าเป็นทรัพย์บริคณห์กันอยู่ระหว่างจำเลยและผู้ร้องที่ ๑ ผู้ร้องที่ ๑ จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์นี้ ส่วนเรือนนั้นฟังว่าไม่ใช่ของผู้ร้องที่ ๒ จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามที่ผู้ร้องนำสืบมา ไม่เชื่อว่าทรัพย์สินพิพาทเป็นของผู้ร้อง พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วว่าที่ดินพิพาท ๒ แปลง เป็นสินเดิมของผู้ร้องที่ ๑ โจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้าน และผู้ร้องก็มิได้อุทธรณ์คัดค้านในข้อนี้ ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทนั้นไม่ใช่ของผู้ร้องที่ ๑ จึงเป็นการไม่ชอบ และการกระทำละเมิดของจำเลยนั้นเป็นการกระทำของจำเลยโดยเฉพาะ ผู้ร้องที่ ๑ มิได้ร่วมกระทำด้วย จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยในค่าเสียหายที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดที่ดินอันเป็นสินเดิมของผู้ร้องที่ ๑ ได้ อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๕๐/๒๔๙๓ และที่ ๑๐๕๙/๒๔๙๕ ส่วนเรือนพิพาทฟังว่า ไม่ใช่ของผู้ร้องที่ ๒ จึงพิพากษาแก้ ให้ปล่อยที่ดินพิพาททั้งสองแปลง นอกนั้นพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2509 นายร่วง อ่อนชื่นจิตร โจทก์ นายเย็น ยิ่งยง จำเลย นางซ้วน ยิ่งยง ที่ 1 นายฉ้วน ยิ่งยง ที่ 2 ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายร่วง อ่อนชื่นจิตร · จำเลย - นายเย็น ยิ่งยง · ผู้ร้อง - นางซ้วน ยิ่งยง ที่ 1 นายฉ้วน ยิ่งยง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เกษคุปต์ · ยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2679/2537ฎีกา 1022/2551ฎีกา 874/2532ฎีกา 181/2512ฎีกา 1734/2506ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 185/2566ฎีกา 1427/2514ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1142/2565ฎีกา 1055/2492ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1005/2495ฎีกา 1492/2510ฎีกา 7419/2543ฎีกา 541/2509ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา