⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2959/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2959/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อวันครบกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาตรงกับวันหยุดราชการ ให้ถือว่าวันเริ่มทำการใหม่เป็นวันสุดท้ายของการยื่นฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้จำเลยที่ 2 ฟังเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2542 หลังจากนั้น วันที่ 18 พฤศจิกายน 2542 ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้โจทก์ฟัง โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ครบกำหนดที่โจทก์สามารถยื่นฎีกาได้ภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2542 ซึ่งตรงกับวันเสาร์อันเป็นวันหยุดราชการ ระยะเวลายื่นฎีกาจึงสิ้นสุดลงวันที่ 20 ธันวาคม 2542 อันเป็นวันเริ่มทำการใหม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/8 เมื่อโจทก์ไม่ฎีกา คดีจึงถึงที่สุดในวันที่ 20 ธันวาคม 2542 อันเป็นวันสิ้นกำหนดระยะเวลาฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ฉะนั้น จำเลยที่ 2 จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดว่าคำพิพากษาได้ถึงที่สุดแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2542 หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้จำเลยทั้งสองฟังเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2542 และอ่านให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2542 ต่อมาศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแก่จำเลยที่ 2 โดยระบุว่า คดีถึงที่สุด วันที่ 18 ธันวาคม 2542 หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2550 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่าศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้จำเลยที่ 2 ฟังเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2542 คดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงถึงที่สุดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2542 การที่ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแก่จำเลยที่ 2 เป็นวันที่ 18 ธันวาคม 2542 ไม่ถูกต้อง ทำให้จำเลยที่ 2 ไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2542 พ.ศ.2547 และ พ.ศ.2549 ตามลำดับ ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้จำเลยที่ 2 ใหม่ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2542 การออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแก่จำเลยที่ 2 ในวันที่ 18 ธันวาคม 2542 จึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับว่า คดีของจำเลยทั้งสองถึงที่สุดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2542 ให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของจำเลยทั้งสองใหม่เป็นวันที่ 8 พฤศจิกายน 2542 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 จะขอให้ศาลออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแก่จำเลยที่ 2 ได้ นั้น จะต้องเป็นกรณีที่คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว โดยไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกากันอีกทั้งคดี คดีนี้แม้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้จำเลยที่ 2 ฟัง เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2542 แต่หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2542 ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้โจทก์ฟัง ดังนี้โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคหนึ่ง คดีนี้ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2542 ครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 18 ธันวาคม 2542 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ อันเป็นวันหยุดราชการ ระยะเวลายื่นฎีกาจึงสิ้นสุดลงวันที่ 20 ธันวาคม 2542 อันเป็นวันที่เริ่มทำการใหม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/8 ดังนี้ เมื่อโจทก์ไม่ฎีกา คดีจึงถึงที่สุดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2542 อันเป็นวันสิ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ฉะนั้น จำเลยที่ 2 จะยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดว่าคำพิพากษาได้ถึงที่สุดแล้วเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2542 หาได้ไม่ ส่วนปัญหาตามคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจยื่นฎีกานั้น ไม่เป็นสาระแห่งคดีอันควรแก่การวินิจฉัย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2 ให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของจำเลยทั้งสองใหม่เป็นวันที่ 20 ธันวาคม 2542 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2959/2556 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายเล่าจี แซ่เล่า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายเล่าจี แซ่เล่า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย สินเกษม · ปริญญา ดีผดุง · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายถานันทร์ จันทร์ธาดารัตน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายอุดม วัตตธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5446/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 1022/2551ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 1228/2510ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 501/2494ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 4122/2540ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา