⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 236/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 236/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้เช่าแกล้งตั้งราคาสิ่งปลูกสร้างสูงเกินควรจนผู้ให้เช่าไม่อาจรับซื้อได้ ผู้ให้เช่าจึงใช้สิทธิเลิกสัญญาเช่าไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากจำเลยเพื่อปลูกสร้างโรงเรือนทำการค้าโดยการไม่มีกำหนดเวลา แต่มีข้อกำหนดว่า หากจำเลยต้องการที่เช่าคืน จะต้องบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้โจทก์ทราบล่วงหน้า 1 ปี และจำเลยจะต้องรับซื้อโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งโจทก์ได้ปลูกสร้างลงไว้ในที่เช่า มิฉะนั้นจะต้องยอมให้โจทก์เช่าที่ดินต่อไป ต่อมาจำเลยได้บอกเลิกการเช่า โจทก์เรียกร้องให้จำเลยซื้อโรงเรือนจากโจทก์ในราคาสูงเกินกว่าราคาตลาดมาก ดังนี้ ส่อแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์ว่าแกล้งเล่นแง่ตั้งราคาสูง จนจำเลยไม่อาจตกลงรับซื้อได้อันจะทำให้จำเลยใช้สิทธิเลิกสัญญาเช่ากับโจทก์ไม่ได้ ฉะนั้น ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 ไม่ยอมรับซื้อเรือนของโจทก์ในราคาตลาด เป็นการผิดสัญญาจึงฟังไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากจำเลยที่ ๑ เพื่อปลูกสร้างโรงเรือนทำการค้าโดยไม่มีกำหนดเวลา แต่มีข้อกำหนดว่า หากจำเลยที่ ๑ ต้องการที่เช่าคืน จะต้องบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้โจทก์ทราบล่วงหน้า ๑ ปี และจำเลยจะต้องรับซื้อโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งโจทก์ได้ปลูกสร้างลงไว้ในที่เช่า มิฉะนั้นจะต้องยอมให้โจทก์เช่าที่ดินต่อไปต่อมาจำเลยขอให้โจทก์ออกจากที่เช่า โจทก์ให้จำเลยรับซื้อโรงเรือนซึ่งปลูกในที่เช่าตามสัญญา จำเลยไม่ยอมซื้อ โจทก์จึงไม่ยอมคืนที่เช่าให้จำเลย ต่อมาจำเลยที่ ๒ ด้วยความรู้เห็นเป็นใจหรือยินยอมของจำเลยที่ ๑ ได้ปลูกต้นไม้ โรงเรือนและทำรั้วปิดกั้นล้อมที่เช่า โจทก์ห้ามปรามจำเลยไม่เชื่อฟัง จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปหรือชำระค่าโรงเรือนซึ่งโจทก์ปลูกไว้ จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ระงับไปแล้วจำเลยที่ ๑ ยินยอมซื้อสิ่งก่อสร้างของโจทก์ตามราคาท้องตลาด แต่โจทก์ไม่ขาย โดยเรียกราคาสูงกว่าราคาท้องตลาดมาก จำเลยที่ ๒ ปลูกพุดซาในที่เช่าหลังจากบอกเลิกการเช่าแล้ว ๑ ปี จำเลยที่ ๒ ทำรั้วในที่ดินของจำเลยที่ ๑ โจทก์ไม่เสียหาย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ได้บอกเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและยอมรับซื้อเรือนของโจทก์ในราคาท้องตลาดแล้ว โจทก์ไม่ยอมขาย จะเอาราคาสูงมากเกินควรเป็นความผิดของโจทก์เอง สัญญาเช่าระงับแล้ว ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ ได้ส่งหนังสือบอกเลิกการเช่าแก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมรับ จึงเป็นความผิดของโจทก์เอง โจทก์เรียกร้องให้จำเลยซื้อโรงเรือนจากโจทก์ในราคาที่สูงเกินกว่าราคาตลาดมากมาย ส่อแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์ว่า แกล้งเล่นแง่ตั้งราคาสูงจนจำเลยไม่อาจตกลงรับซื้อได้ อันจะทำให้จำเลยใช้สิทธิเลิกสัญญาเช่ากับโจทก์ไม่ได้ ฉะนั้น ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๑ ไม่ยอมรับซื้อเรือนของโจทก์ในราคาตลาดเป็นการผิดสัญญาจึงฟังไม่ได้ พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 236/2509 นายเอี๊ย แซ่เตี่ยว โจทก์ นายดำเนิน สุขศิริ ที่ 1 นายสวง สุขศิริ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเอี๊ย แซ่เตี่ยว · จำเลย - นายดำเนิน สุขศิริ ที่ 1 นายสวง สุขศิริ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระยอง - นายแต่ง ทองภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1437/2510ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 3496/2535ฎีกา 5434/2536ฎีกา 2750/2519ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1292/2523ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1567/2513ฎีกา 1453/2542ฎีกา 704/2507ฎีกา 601/2537ฎีกา 3379/2545ฎีกา 1709/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา