คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยขออ้างตนเองเป็นพยาน แม้จะไม่ได้ระบุไว้ในบัญชีพยาน ย่อมเป็นอำนาจของศาลที่จะอนุญาตเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และคำเบิกความของจำเลยนั้นย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมิได้ระบุพยานไว้ จึงขออ้างตนเองเป็นพยาน เมื่อศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงอนุญาตให้จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานได้ คำเบิกความเป็นพยานของจำเลยก็ย่อมรับฟังได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๒ มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดิน ๒ แปลง โดยโจทก์มีกรรมสิทธิ์เฉพาะที่ดินบริเวณที่โจทก์ปลูกบ้านกับที่โจทก์ได้ครอบครองอยู่ในปัจจุบันส่วนทีเหลือนอกนั้นเป็นของจำเลยที่ ๒ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันละเมิดต่อดจทก์โดยขุดดินเป็นคูปิดกั้นกีดขวางทางเข้าออกประตูบ้านโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลบังคับจำเลยจัดการถมคูและการใช้ค่าเสียหาย
จำเลยสู้ว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์เฉพาะที่ดินอันเป็นบริเวณที่โจทก์ปลูกบ้านเรือนอยู่เท่านั้น และฟ้องแย้งว่าโจทก์รื้อรั้วทำลายแนวเขต แล้วบุกรุกเข้าไปในที่ดินจำเลย ขอให้ห้ามโจทก์ไม่ให้เกี่ยวข้องกับที่ดินของจำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่ได้ละเมิดสิทธิของจำเลย
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อนำสืบของโจทก์จำเลยยังฟังไม่ได้ว่าที่ดินตรงที่ขุดคู่เป็นของฝ่ายใด ต้องสันนิษฐานว่าที่ดินพิพาทโจทก์จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของร่วมกัน ยกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งจำเลย
โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าเขตที่ดินของโจทก์ทิศเหนือมีกอไผ่เป็นเขตตามแนวลงมาถึงด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตก คูพิพาททั้งสามด้านนอกจากทิศเหนือคงให้เป็นเจ้าของร่วมกันตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ที่ดินนอกแนวกอไผ่เป็นของจำเลย ห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นฯว่า จำเลยมิได้ระบุพยานไว้ จึงขอล้างตนเองเป็นพยาน เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงอนุญาตให้จำเลยทั้งสองล้างตนเองเป็นพยานได้แล้ว คำเบิกความเป็นพยานของจำเลยก็ย่อมรับฟังไม่ได้ คำเบิกความของโจทก์ฟังเป็นจริงไม่ได้ และจะฟังว่าที่ดินบริเวณบ้านที่ตกได้แก่โจทก์ตามสัญญาประณีประนอมมีอยุ่ตามที่โจทก์นำชี้หาได้ไม่ และฟังไม่ได้ว่าคูที่จำเลยขุดลุกล้ำเข้ามาในเขตที่ดินของโจทก์ ตามแผนที่พิพาทแสดงว่าคูอยู่นอกเขตที่ดินของโจทก์ที่ครอบครองอยู่ จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดเรื่องค่าเสียหายต่อโจทก์
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 269/2509
นายบุญมี บำรุงจิต โจทก์
นายบุญเกิด ตั้งคณา ที่ 1, นางสมบุญ เสริมศักดิ์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุญมี บำรุงจิต · จำเลย - นายบุญเกิด ตั้งคณา ที่ 1, นางสมบุญ เสริมศักดิ์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คาคากุล · อดุล รัตนปิณฑะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครนายก - นายบัญชา กุลทนันทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายฉลาด ไชยชาญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา