⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 280/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสงบและโดยเปิดเผยยิ่งกว่า 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น แม้ว่าจะมีผู้อื่นมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นก็ตาม.

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทมีโฉนด โจทก์อ้างว่าที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ จำเลยอ้างว่าบิดามารดาโจทก์ขายที่พิพาทให้บิดามารดาจำเลยโดยมิได้มีการแก้ทะเบียนกัน ข้อเท็จจริงรับกันว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมา 40 ปีแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าที่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ศาลได้สั่งแสดงตามคำขอของจำเลยแล้ว เป็นหน้าที่ของฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นทายาทเดิมจะต้องนำสืบแสดงว่าฝ่ายจำเลยได้ทำนาพิพาทโดยเช่าจากฝ่ายโจทก์ดังที่โจทก์อ้าง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.184 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1370 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1372 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1373

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินโฉนดที่ ๒๐๑๑ เป็นของนายรื่นนางเที่ยงบิดามารดาโจทก์ ได้ให้นายเจิม นางขวัญ บิดามารดาจำเลยเช่า เมื่อประมาณ ๑๐ ปีเศษมานี้ บิดามารดาโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์นางผิวและนางชื้นเป็นบุตรรับมรดกที่พิพาท แต่ยังไม่ได้จัดการโอนขอรับมรดก โจทก์กับพวกได้เข้าครอบครองที่พิพาทด้วยความสงบเปิดเผยเจตนาเป็นเจ้าของ ได้ให้นายเจิมนางขวัญเช่าทำ จำเลยบุกรุกเข้าทำนาพิพาทโจทก์กับพวกไปขอรับมรดกที่รายพิพาทต่อหนัพงานที่ดินจังหวัด พนักงานที่ดินจังหวัดแจ้งว่า ศาลได้มีคำสั่งว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่รายพิพาทโดยการครอบครอง จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และพิพากษาว่า คำสั่งของศาลคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๒/๒๕๐๕ ของศาลจังหวัดไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย จำเลยให้การว่า เมื่อประมาณ ๔๐ ปีมานี้แล้ว นายรื่นนางเที่ยงได้ขายที่พิพาทให้บิดามารดาจำเลย บิดามารดาจำเลยยกที่รายพิพาทให้จำเลย จำเลยครอบครองมาโดยสุจริต เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมา ๒๕ ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยครอบครองที่รายพิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาเป็นเวลา ๒๐ ปีเศษ ที่รายพิพาทจึงเป็นของจำเลย ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าที่รายพิพาทเป็นมรดกได้แก่โจทก์ จำเลยอ้างว่านายรื่นนางเที่ยงขายที่พิพาทให้บิดามารดาจำเลย โดยมิได้มีการแก้ทะเบียนกัน ข้อสันนิษฐานของกฎหมายในเบื้องต้นมีว่า ที่ดินเป็นของโจทก์ จำเลยมีหน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันฟังได้ว่า บิดามารดาจำเลยและจำเลยได้ครอบครองที่รายพิพาทมา ๔๐ ปี แล้ว จำเลยเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าที่เป็นของจำเลย ศาลได้สั่งแสดงตามคำขอของจำเลยแล้วเป็นหน้าที่ของโจทก์ซึ่งเป็นทายาทเจ้าของเดิมจะต้องนำสืบแสดงว่าฝ่ายจำเลยได้ทำนาพิพาทโดยเช่าจากฝ่ายโจทก์ดังที่โจทก์อ้าง ส่วนข้อเท็จจริงนั้น ศาลฎีกาฟังว่าฝ่ายโจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าฝ่ายจำเลยได้ทำนาพิพาทโดยเช่าจากฝ่ายโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2509 นายชื่น ใบสุข โจทก์ นายถนอม อรุณศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชื่น ใบสุข · จำเลย - นายถนอม อรุณศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายหิรัญ สถาปนสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สิริสาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2135/2518ฎีกา 194/2543ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2345/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6868/2541ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 560/2529ฎีกา 70/2518ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา