⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 363/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่ห้ามอุทธรณ์ ย่อมทำให้ข้อเท็จจริงนั้นมิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ และห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น. * การที่ผู้เช่าผิดสัญญาโดยการให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย การบอกเลิกสัญญาเช่าจึงไม่จำเป็นต้องกำหนดเวลาให้ผู้เช่า.

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงและศาลอุทธรณ์ก็ไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงนั้นให้ ย่อมจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกมิได้ เพราะข้อเท็จจริงนั้นมิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ในกรณีที่ผู้เช่าผิดสัญญาเช่า โดยเอาห้องพิพาทไปให้เช่าช่วงอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544 นั้น การบอกเลิกสัญญาเช่าไม่จำต้องกำหนดให้เวลาผู้เช่าเหมือนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 560 และ 566.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.560 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาทและเรียกค่าเช่าที่ค้างเดือนละ ๖๐ บาท เป็นเงิน ๙๖๐ บาท จำเลยต่อสู้ว่า เช่าเพื่ออยู่อาศัยมิได้ผิดสัญญาเช่า ฟ้องเคลือบคลุม และการบอกเลิกสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยผิดสัญญาโดยให้คนอื่นเช่าช่วงห้องพิพาท และผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า จำเลยมิได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน ฯ การบอกเลิกสัญญาชอบแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร และให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง กับค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ และวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาเช่า จึงไม่มีประเด็นเรื่องบอกกล่าวเลิกสัญญา พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย สำหรับปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้และไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ข้อเท็จจริงให้นั้นชอบแล้ว เมื่อไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนี้ต่อมาไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ ที่จำเลยอ้างว่าฎีกาข้อเท็จจริงได้ตามคำสั่งคำร้องของศาลฎีกาที่ ๒๒๔/๒๕๐๓ นั้น ปรากฏว่าคดีนั้นผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้รับรองให้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ข้อเท็จจริงจึงได้มีการว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ สำหรับปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม และการบอกเลิกสัญญาเช่าเพราะจำเลยเอาห้องพิพาทไปให้เช่าช่วงอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๔๔ นั้น ไม่จำต้องกำหนดให้เวลาผู้เช่าดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๕๖๐ และ ๕๖๖ การบอกเลิกการเช่าจึงชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2509 นางวาส พึ่งผล โจทก์ นางสาวสายเงิน กบิลลิกะวานิชย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวาส พึ่งผล · จำเลย - นางสาวสายเงิน กบิลลิกะวานิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · สัญญา ธรรมศักดิ์ · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพินิจ เพชรชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสม เภกะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 891/2510ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2253/2524ฎีกา 6455/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1803/2500ฎีกา 9571/2544ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา