⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 465/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเบิกความปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิดในชั้นสืบพยาน ถือเป็นการให้การปฏิเสธคดี แม้ศาลมิได้สอบถามคำให้การจำเลยไว้ตามกฎหมาย ก็ไม่ทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเสียไป

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาเมื่อปรากฏว่า จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ แต่ในชั้นสืบพยานจำเลย ตัวจำเลยเข้าเบิกความปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด ก็ถือได้ว่าจำเลยให้การปฏิเสธ ในกรณีที่ศาลมิได้สอบถามคำให้การต่อสู้คดีของจำเลยไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 นั้น กฎหมายมิได้บัญญัติไว้ว่าจะมีผลอย่างไร แต่ตามหลักกฎหมายจำเลยจะให้การเมื่อใดหรือให้การใหม่กลับคำให้การเดิมก็ได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการสอบถามคำให้การเป็นแต่เพียงเพื่อได้ทราบประเด็นเบื้องต้นแห่งคดีเท่าที่จะทำได้ แต่คำให้การของจำเลยตามที่ศาลสอบถามนั้น จำเลยจะให้การเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ได้ ดังนี้ แม้ศาลมิได้สอบถามคำให้การจำเลยไว้แต่ต้น ก็ไม่ทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเสียไปหรือจำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสอบถามคำให้การจำเลยอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ล้วงกระเป๋าเสื้อลักเอาธนบัตรฉบับละสิบบาทของนางแดง วงศ์สุวรรณ ซึ่งกำลังซื้อของไปรวมเป็นเงิน ๗๐ บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ และให้คืนเงินของกลางให้เจ้าทรัพย์ด้วย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๒ ปี ตามมาตรา ๓๓๔ คืนเงินของกลางให้เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีแต่ตัวผู้เสียหายและจำเลยยันกันไม่พอจะลงโทษจำเลยได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏว่าจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ แต่ในชั้นสืบพยานจำเลย ตัวจำเลยเข้าเบิกความปฏิเสธว่ามิได้กระทำผิด ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อการพิจารณาชั้นสอบถามคำให้การจำเลยได้ผ่านพ้นมาและต่อมาจำเลยได้เบิกความปฏิเสธความผิด ก็ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธในคดีนี้ เพราะกรณีที่ศาลมิได้สอบถามคำให้การต่อสู้ของจำเลยไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒ นั้น กฎหมายมิได้บัญญัติว่าจะมีผลอย่างไร และตามหลักกฎหมาย จำเลยจะให้การเมื่อใดหรือให้การใหม่กลับคำให้การเดิมก็ได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการสอบถามคำให้การเป็นแต่เพียงเพื่อได้ทราบประเด็นเบื้องต้นแห่งคดีเท่าที่จะทำได้ แต่คำให้การของจำเลยตามที่ศาลสอบถามนั้น จำเลยจะให้การเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ได้ เฉพาะคดีนี้ เมื่อในที่สุดจำเลยเบิกความปฏิเสธความผิด ก็ย่อมถือได้ว่าเท่ากับจำเลยให้การปฏิเสธ ดังนี้ แม้ศาลมิได้สอบถามคำให้การจำเลยไว้แต่ต้น ก็ไม่ทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเสียไปหรือจำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสอบถามคำให้การจำเลยอีก สำหรับข้อเท็จจริงนั้น ฟังว่า จำเลยได้ล้วงกระเป๋าเอาเงินของผู้เสียหายไปจริง พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2509 อัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายพล้อย เศียรสิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายพล้อย เศียรสิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสุชาติ จิระชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายเช้า เฉลิมช่วง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 108/2487ฎีกา 574/2487ฎีกา 410/2488ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 1073/2480ฎีกา 1901/2492ฎีกา 753/2481ฎีกา 3774/2532ฎีกา 15690/2553ฎีกา 37/2488ฎีกา 1093/2507ฎีกา 3650/2527ฎีกา 5869/2549ฎีกา 1567/2535ฎีกา 377-378/2516ฎีกา 5558/2534ฎีกา 8177/2543ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1311/2540ฎีกา 2457/2530ฎีกา 3245/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา