⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 490/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 490/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลวิกลจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 29 หมายรวมถึงบุคคลที่มีอาการผิดปกติเพราะสติวิปลาส ขาดความรำลึก ขาดความรู้สึก และขาดความรู้สึกผิดชอบ จนไม่สามารถประกอบกิจการงานของตนได้.

ย่อคำพิพากษา

คำว่า บุคคลวิกลจริต ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 29 นั้น มิได้หมายเฉพาะถึงบุคคลผู้มีจิตผิดปกติหรือตามที่เข้าใจกันทั่ว ๆ ไปว่าเป็นบ้าเท่านั้นไม่ แต่หมายรวมถึงบุคคลที่มีกิริยาอาการผิดปกติเพราะสติวิปลาส คือ ขาดความรำลึก ขาดความรู้สึก และขาดความรู้สึกผิดชอบด้วย เพราะบุคคลดังกล่าวนี้ไม่สามารประกอบกิจการงานของตนหรือประกอบกิจส่วนตัวของตนได้ทีเดียว ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมอง ต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา มีอาการพูดไม่ได้ หูไม่ได้ยิน ตาทั้งสองข้างมองไม่เห็น มีอาการอย่างคนไม่มีสติสัมปชัญญะใด ๆ ไร้ความสามารถที่จะดำเนินกิจการทุกสิ่งทุกอย่าง ถือว่าเป็นบุคคลวิกลจริตตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 29 แล้ว. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2509)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.29 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.34

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่านางสงวนมารดาผู้ร้องเป็นคนไร้ความสามารถและอยู่ในความอนุบาลของผู้ร้อง เพราะนางสงวนเป็นเป็นโรคเนื้องอกในสมอง ไม่สามารถพูดหรือประกอบกิจการงานใด ๆ ได้ ไม่มีสติสัมปชัญญะ ถึงขั้นวิกลจริตแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า นางสงวนยังมิใช่บุคคลวิกลจริตตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิย์ มาตรา ๒๙ ให้ ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า คำว่า บุคคลวิกลจริตตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙ นั้น มิได้หมายเฉพาะถึงบุคคลผู้มีจิตผิดปกติหรือตามที่เข้าใจกันทั่ว ๆ ไปว่าเป็นบ้าเที่ยวอาละวาด นั่งซึม หรือพูดเพ้อเจ้อโดยไม่มีเหตุผลเท่านั้นไม่ แต่หมายรวมถึงบุคคลที่มีกิริยาอาการผิดปกติเพราะสติวิปลาส คือ ขาดความรำลึก ขาดความรู้สึก และขาดความรับผิดชอบด้วย เพราะบุคคลดังกล่าวนี้ไม่สามารถประกอบกิจการงานของตนหรือประกอบกิจส่วนตัวของตนได้ทีเดียว ปรากฏตามข้อเท็จจริงว่านางสงวนป่วยเป็นโรคเนื้องอกในสมอง ต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดเวลา มีอาการพูดไม่ได้ หูไม่ได้ยิน ตาทั้งสองข้างมองไม่เห็น มีอาการอย่างคนไม่มีสติสัมปชัญญะใด ๆ ไร้ความสามารถที่จะดำเนินกิจการทุกสิ่งทุกอย่าง จึงถือได้ว่าเป็นบุคคลวิกลจริตตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙ แล้ว แต่โดยที่ศาลชั้นต้นยังมิได้ไต่สวนถึงประเด็นว่าผู้ร้องทั้งสี่สมควรที่จะเป็นผู้อนุบาลหรือไม่ จึงให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนแล้วมีคำสั่งต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 490/2509 นาวาเอกอาทิตย์ ศรีศุกรี ที่ 1 นางอาภา เคียงศิริ ที่ 2 นายแพทย์อาวุธ ศรีศุกรี ที่ 3 นางอานันท์ ตันติเฉลิม ที่ 4 ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความศรีศุกรี - นาวาเอกอาทิตย์ ศรีศุกรี ที่ 1 นางอาภา เคียงศิริ ที่ 2 นายแพทย์อาวุธ · ผู้ร้อง - ที่ 3 นางอานันท์ ตันติเฉลิม ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์ · ห้วน ประชาบาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกำจร ปัทมานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 863/2490ฎีกา 964/2504ฎีกา 2102/2517ฎีกา 912/2520ฎีกา 5827/2530ฎีกา 6064/2567ฎีกา 2432/2526ฎีกา 1044/2522ฎีกา 371/2510ฎีกา 2337/2520ฎีกา 630/2497ฎีกา 332/2479ฎีกา 1216/2502ฎีกา 1340/2534ฎีกา 1886/2492ฎีกา 330/2511ฎีกา 1552/2504ฎีกา 177/2528ฎีกา 74/2527ฎีกา 288/2486ฎีกา 1778/2509ฎีกา 66/2553ฎีกา 346/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา