คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุคคลวิกลจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 29 หมายรวมถึงบุคคลที่มีอาการทางจิตที่ทำให้ขาดความรำลึก ขาดความรู้สึก และขาดความรับผิดชอบ จนไม่สามารถประกอบกิจการของตนเองได้
ย่อคำพิพากษา
คำว่า บุคคลวิกลจริต ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 29 นั้น มิได้หมายเฉพาะถึงบุคคลผู้มีจิตผิดปกติหรือตามที่เข้าใจกันทั่วๆ ไปว่าเป็นบ้า เท่านั้นไม่ แต่หมายรวมถึงบุคคลที่มีกิริยาอาการผิดปกติเพราะสติวิปลาส คือ ขาดความรำลึก ขาดความรู้สึก และขาดความรับผิดชอบด้วย เพราะบุคคลดังกล่าวนี้ไม่สามารถประกอบกิจการของตนหรือประกอบกิจส่วนตัวของตนได้ทีเดียว
มารดาผู้ร้องและผู้คัดค้านมีอาการไม่รู้สึกตัวเอง ไม่รู้จักสถานที่และเวลาพูดจารู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ซึ่งนายแพทย์เรียกอาการเช่นนี้ว่า สมองเสื่อมหรือวิกลจริตและไม่มีโอกาสที่จะรักษาให้หายได้ ทั้งเดินทางไปไหนไม่ได้อีกด้วย แสดงให้เห็นว่ามารดาผู้ร้องเป็นคนไม่มีสติสัมปชัญญะ ไร้ความสามารถที่จะดำเนินการทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตนเองได้ พอถือได้ว่าเป็นบุคคลวิกลจริตตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 29 แล้ว(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 490/2509 ประชุมใหญ่)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของนางแข ดิสป้อมหรือดิษฐป้อมซึ่งมีอายุ ๙๒ ปี นางแขเป็นบุคคลวิกลจริต ไม่มีความรู้สึกผิดชอบ พูดจาไม่รู้เรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งว่านางแขเป็นคนไร้ความสามารถ และอยู่ในความอนุบาลของผู้ร้อง
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่สมควรเป็นผู้อนุบาล แต่ควรตั้งผู้คัดค้านซึ่งเป็นบุตรคนโตเป็นผู้อนุบาลนางแข ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง หรือมีคำสั่งตั้งให้ผู้คัดค้านเป็นผู้อนุบาลด้วย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องและของผู้คัดค้าน
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คำว่าบุคคลวิกลจริตตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙ นั้น มิได้หมายเฉพาะถึงบุคคลผู้มีจิตผิดปกติหรือตามที่เข้าใจกันทั่ว ๆ ไปว่าเป็นบ้าเท่านั้นไม่ แต่หมายรวมถึงบุคคลที่มีกิริยาอาการผิดปกติเพราะสติวิปลาส คือ ขาดความรำลึก ขาดความรู้สึกและขาดความรับผิดชอบด้วย เพราะบุคคลดังกล่าวนี้ไม่สามารถประกอบกิจการของตนหรือประกอบกิจส่วนตัวของตนได้ทีเดียว ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๙๐/๒๕๐๙ นาวาเอกอาทิตย์ ศรีศุกรี กับพวก ผู้ร้องเมื่อข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนฟังได้ว่า นางแขมารดาผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่รู้สึกตัวเอง ไม่รู้สึกสถานที่และเวลาพูดจารู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ซึ่งทางแพทย์เรียกอาการเช่นนี้ว่า สมองเสื่อมหรือวิกลจริตและไม่มีโอกาสที่จะรักษาให้หายได้ ทั้งนางแขก็เดินทางไปไหนไม่ได้อีกด้วย แสดงให้เห็นว่านางแขเป็นคนไม่มีสติสัมปชัญญะ ไร้ความสามารถที่จะดำเนินกิจการทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตนเองได้ พอถือได้ว่าเป็นบุคคลวิกลจริตตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๙ แล้ว คดีนี้ศาลล่างทั้งสองยังมิได้วินิจฉัยว่าจะสมควรตั้งผู้ร้องหรือผู้คัดค้านเป็นผู้อนุบาลนางแข ซึ่งศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหานี้ไปทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวน ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วเห็นว่าผู้ร้องสมควรเป็นผู้อนุบาลนางแขยิ่งกว่าผู้คัดค้าน
พิพากษาแก้ให้นางแข ดิสป้อมหรือดิษฐป้อม เป็นผู้ไร้ความสามารถโดยให้นางทองหล่อ สายชู ผู้ร้องเป็นผู้อนุบาลของนางแข และให้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2527
นางทองหล่อ สายชู ผู้ร้อง
นายยอด ดิษฐป้อม ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางทองหล่อ สายชู · ผู้คัดค้าน - นายยอด ดิษฐป้อม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวินัย กันนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา