⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 587/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอาจอนุญาตให้คู่ความที่ยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้ากว่ากำหนดได้ หากมีเหตุอันสมควรและจำเป็นเพื่อการวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นให้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม.

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 88 วรรค 3 นั้น ถ้าคู่ความที่มิได้ระบุอ้างพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ขออนุญาตระบุพยานก่อนศาลพิพากษาคดี ศาลอาจอนุญาตตามคำขอได้ เมื่อมีเหตุอันสมควรและศาลเห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานเช่นว่านั้น โจทก์ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานโจทก์ 3 วัน อ้างว่าโจทก์ไปเที่ยวหาซื้อสินค้ามาใส่ร้าน จำเลยมิได้คัดค้านเหตุที่โจทก์อ้างว่าไปหาซื้อสินค้าว่าไม่เป็นความจริง ขณะนั้นคดียังมิได้มีการสืบพยานอย่างใด จะถือว่าโจทก์จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 88 วรรค 1 ที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วันหรือประสงค์จะเอาเปรียบในทางคดียังไม่ได้ โจทก์ก็ได้ยื่นบัญชีระบุพยานช้าไปเพียงวันเดียว พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้โจทก์อ้างพยานหลักฐานได้เพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมตามมาตรา 88 วรรค 3.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ขายเชื่อสินค้าให้จำเลยหลายครั้ง จำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้ค่าซื้อเชื่อเป็นรายเดือนทุกเดือน จำเลยชำระให้โจทก์บางส่วนแล้ว เวลานี้จำเลยค้างอยู่ ๘,๗๐๒ บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระ จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ไม่เคยซื้อเชื้อสินค้าที่โจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน และนัดสืบพยานโจทก์วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๐๗ วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๐๗ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ออกหมายเรียกพยาน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ยังไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน โจทก์จึงยื่นบัญชีระบุพยาน แต่ศาลสั่งไม่รับ วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๐๗ โจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์มิได้จงใจไม่ยื่นบัญชีระบุพยานเสียก่อนวันสืบพยาน ๓ วัน เพราะเหตุว่าโจทก์ไปเที่ยวหาซื้อสินค้ามาใส่ร้านที่จังหวัดพระนครตั้งแต่วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๐๗ เพิ่งกลับมาถึงอำเภอกันทรารมย์ วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันเสาร์ โจทก์จึงยื่นบัญชีระบุพยานในวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๐๗ จำเลยมิได้เสียเปรียบเพราะยังมิได้มีการสืบพยานกันเลย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอให้ศาลรับบัญชีระบุพยานโจทก์ไว้ด้วย วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๐๗ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามพฤติการณ์แสดงว่าโจทก์ละเลยไม่ยื่นบัญชีระบุพยาน เพราะศาลนัดล่วงหน้ากว่า ๑๐ วัน โจทก์ควรจะยื่นเนิ่น ๆ วันที่ ๗ กันยายน ๒๕๐๗ โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลออกหมายเรียกพยาน โดยอ้างว่ายื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้ว แสดงว่าโจทก์ไม่เอาใจใส่ต่อคดีของโจทก์ว่าได้ยื่นบัญชีพยานแล้วหรือไม่ ซึ่งความจริงไม่ได้ยื่น ให้ยกคำร้อง ครั้นถึงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ และสั่งให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๐๗ วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๐๗ จำเลยยื่นคำแถลงว่า เมื่อยังไม่มีการสืบพยานในวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๐๗ บัญชีระบุพยานที่โจทก์ยื่นไว้ต่อศาลเมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๐๗ ก็สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โจทก์ขอยื่นบัญชีระบุพยานใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๐๗ เป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ และศาลได้สั่งว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ ให้งดสืบพยานโจทก์แล้ว โจทก์จะขอยื่นบัญชีระบุพยานอีกไม่ได้ ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยแล้ว วินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ วรรคแรก กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๓ วัน ถ้าหากจะยื่นน้อยกว่า ๓ วันหรือจะยื่นเมื่อใดก็ได้ ย่อมเป็นการขัดต่อบทกฎหมายซึ่งบัญญัติบังคับไว้โดยชัดแจ้งแล้ว ทั้งคดีไม่ต้องด้วยมาตรา ๘๘ วรรค ๓ เมื่อโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน แต่ไม่ยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลจึงถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ โจทก์จึงต้องแพ้คดี พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานโจทก์เพียง ๒ วัน เหตุที่โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วัน เป็นเพราะโจทก์ไปหาซื้อสินค้าที่กรุงเทพฯ เพิ่งกลับมาวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันเสาร์ จึงเป็นเหตุอันสมควรที่จะถือว่าโจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลก่อนพิพากษาคดี ขออนุญาตอ้างบัญชีระบุพยานเช่นว่านั้น และศาลอุทธรณ์เห็นว่าเพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นต้องสืบพยานเช่นว่านั้นตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๓๔/๒๕๐๓ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ แล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ วรรค ๓ นั้น ถ้าคู่ความที่มิได้ระบุอ้างพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๓ วัน ขออนุญาตระบุพยานก่อนศาลพิพากษาคดี ศาลอาจอนุญาตตามคำขอได้ เมื่อมีเหตุอันสมควร และศาลเห็นว่าเพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานเช่นว่านั้น เรื่องนี้ จำเลยมิได้คัดค้านเหตุที่โจทก์อ้างว่าไปหาซื้อสินค้าที่กรุงเทพฯ เพิ่งกลับมาถึงอำเภอกันทรารมย์ในวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๐๗ ว่าไม่เป็นความจริง ในขณะนั้นคดีก็ยังไม่มีการสืบพยานอย่างใด ศาลฎีกาจึงเห็นว่า จะถือว่าโจทก์จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๘๘ วรรค ๑ ที่กำหนดให้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า ๓ วันหรือประสงค์จะเอาเปรียบในทางคดียังไม่ได้ โจทก์ก็ได้ยื่นบัญชีระบุพยานช้าไปเพียงวันเดียว พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้โจทก์อ้างพยานหลักฐานได้ เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งประเด็นเป็นไปโดยเที่ยงธรรมตามมาตรา ๘๘ วรรค ๓ ดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้ว คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๓๖/๒๕๐๓ ที่จำเลยอ้างเป็นเรื่องที่สืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนจนเสร็จแล้ว โจทก์จึงมาร้องขอระบุพยาน ไม่ตรงกับรูปคดีนี้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2509 นายซุยอัง แซ่คู โจทก์ นายสอน เสนามิ่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายซุยอัง แซ่คู · จำเลย - นายสอน เสนามิ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 452/2517ฎีกา 7812/2547ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2905/2552ฎีกา 3221/2534ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 4052/2567ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 6541/2544ฎีกา 269/2520ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2311-2314/2532ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5647/2537ฎีกา 6880/2538ฎีกา 2295/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา