คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสูญเสียฟันแท้บนด้านหน้าไป 3 ซี่ จะถือว่าเป็นการเสียอวัยวะส่วนสำคัญอันเป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(3) ได้ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าฟันที่เหลืออยู่ไม่สามารถใช้เคี้ยวอาหารได้.
ย่อคำพิพากษา
คำว่า อวัยวะอื่นใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(3) หมายถึงอวัยวะส่วนสำคัญ เช่น แขน ขา มือ เท้า นิ้ว ดังระบุไว้ในตอนต้น
ฟันทั้งหมดในปากรวมกัน ก็เป็นอวัยวะส่วนสำคัญ ถ้าฟันหักไปหลายซี่ เป็นเหตุให้ส่วนที่เหลืออยู่ใช้การไม่ได้ตามสภาพของฟัน เช่น เคี้ยวอาหารไม่ได้ไปแถบหนึ่ง ก็ถือได้ว่าเป็นการเสียอวัยวะส่วนสำคัญอันเป็นอันตรายสาหัส เพียงแต่ได้ความว่าฟันแท้บนด้านหน้าหักไป 3 ซี่ จะถือว่าเป็นการเสียอวัยวะส่วนสำคัญยังมิได้ เว้นแต่โจทก์จะนำสืบให้เห็นว่า เมื่อถูกทำร้ายแล้ว ผู้เสียหายใช้ฟันที่เหลืออยู่เคี้ยวอาหารไม่ได้ ตามนัยที่กล่าวข้างต้น.
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 22/2508).
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ขวานและจอบฟันและตีทำร้ายร่างกายนายศรีมูล บัวเงิน ได้รับอันตรายสาหัส ฟันแท้หัก ๓ ซี่ ซึ่งเป็นการเสียอวัยวะส่วนหนึ่งของร่ากาย และเป็นเหตุให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๒๙๗(๓) (๔)
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายผู้เสียหาย ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส โดยฟันแท้หัก ๓ ซี่ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗(๓) จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี จำเลยที่ ๑ ให้การเป็นประโยชน์แก่ทางพิจารณา ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๘ เดือน
จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงดังศาลชั้นต้นฟังมา แต่วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายได้รับอันตรายไม่ถึงสาหัส พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะข้อปรับบทเป็นว่า จำเลยทั้งสองผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ ส่วนกำหนดโทษและลดโทษ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗(๓)
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคำว่า "อวัยวะอื่นใด" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗(๓) น่าจะหมายความถึงอวัยวะส่วนสำคัญ เช่น แขน ขา มือ เท้า นิ้ว ดังระบุไว้ตอนต้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และเห็นว่า ฟันทั้งหมดในปากรวมกัน ก็เป็นอวัยวะส่วนสำคัญ ถ้าฟันหักไปหลายซี่เป็นเหตุให้ส่วนที่เหลืออยู่ใช้การไม่ได้ตามสภาพของฟัน เช่น เคี้ยวอาหารไม่ได้ไปแถบหนึ่ง ก็ถือได้ว่าเป็นการเสียอวัยวะส่วนสำคัญอันเป็นอันตรายสาหัส แต่อย่างไรก็ตาม ตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ขวานฟันและใช้จอบตีผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ฟันแท้บนด้านหน้าของผู้เสียหายหัก ๓ ซี่นั้น ศาลฎีกาก็เห็นว่า เพียงแต่ได้ความว่าฟันแท้บนด้านหน้าหักไป ๓ ซี่ จะถือว่าเป็นการเสียอวัยวะส่วนสำคัญยังมิได้ เว้นแต่โจทก์จะนำสืบให้เห็นว่าเมื่อถูกทำร้ายแล้ว ผู้เสียหายใช้ฟันที่เหลืออยู่เคี้ยวอาหารไม่ได้ ตามนัยที่กล่าวข้างต้น แต่เมื่อโจทก์มิได้นำสืบในเรื่องนี้อย่างใดเลย คดีก็ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗ (๓) ไม่ได้
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2509
อัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์
นายหลู่ กันคำ ที่ 1 นายทูล ทิพย์เนตร ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายหลู่ กันคำ ที่ 1 นายทูล ทิพย์เนตร ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โพยม เลขยานนท์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายปชา นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายเทียบ สุจารีกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา