⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 791-792/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791-792/2509

ป.พ.พ. ม.118, 653

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาที่ทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมที่แท้จริงนั้น ใช้บังคับแก่คู่กรณีไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กู้ยืมเงินจำเลยไป แล้วมอบนาให้ทำกินต่างดอกเบี้ย จำเลยให้โจทก์ทำเป็นสัญญาขายนาพิพาทอำพรางไว้ให้แก่จำเลยเพื่อป้องกันมิให้เจ้าหนี้อื่นมายึดเอาที่นาพิพาทได้ สัญญาขายนาพิพาทใช้บังคับแก่คู่กรณีไม่ได้ตามมาตรา 118 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวน ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมา เรียกนายแสง จอยนอก กับนางหอม จอยนอก ว่าโจทก์ นายผุย สอทา ว่าจำเลย โดยต่างเป็นโจทก์ฟ้องซึ่งกันและกัน โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองมีที่ดินร่วมกับนายพิศ บุตรอยู่ ๑ แปลง โจทก์ยืมเงินจำเลย ๖,๐๐๐ บาท และมอบนาให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย แต่โจทก์จำเลยตกลงกันทำเป็นสัญญาซื้อขายที่พิพาททั้งแปลง ในราคา ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อป้องกันมิให้เจ้าหนี้อื่นฟ้องบังคับโจทก์ จึงเป็นนิติกรรมอำพราง ต่อมาโจทก์ไปขอชำระหนี้ ๖,๐๐๐ บาท จำเลยไม่ยอมรับเงินและคืนนา ขอให้ศาลพิพากษาทำลายหนังสือสัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลย บังคับจำเลยรับชำระหนี้ ๖,๐๐๐ บาทและห้ามจำเลยกับบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่นาของโจทก์ จำเลยให้การและเป็นโจทก์ฟ้องอีกคดีหนึ่งสรุปใจความเป็นอย่างเดียวกันว่าโจทก์ตกลงทำสัญญาขายนาพิพาทให้จำเลย เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่เรื่องกู้ยืมเงินหรือเป็นนิติกรรมอำพรางและมีข้อสัญญาว่าหากผู้ขายไม่ยอมขาย ยอมให้ผู้ซื้อเรียกเบี้ยปรับได้เป็นเงินอีก ๒๐,๐๐๐ บาท หากผู้ซื้อไม่ซื้อยอมให้ริบเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทที่ชำระแก่ผู้ขายแล้ว ต่อมานายผุยโจทก์เรียกร้องให้จำเลยโอนนาพิพาท จำเลยไม่ยอมโอน ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องและบังคับนายแสงนางหอมจำเลยจัดการโอนนาพิพาทให้ ถ้าไม่โอนขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาหรือให้คืนเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ห้ามมิให้เกี่ยวข้องในนาพิพาท นายแสงนางหอมให้การทำนองเดียวกับฟ้องของตนว่าสัญญาซื้อขายเป็นนิติกรรมอำพราง นายผุยไม่มีสิทธิเรียกเบี้ยปรับและสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ เพราะไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนายพิศเจ้าของร่วมไม่รู้เห็นด้วย ใช้บังคับไม่ได้ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าโจทก์กู้เงินจำเลยแล้วมอบนาบางส่วนให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย แต่ทำเป็นสัญญาซื้อขายกันเป็นนิติกรรมอำพราง สัญญาซื้อขายใช้บังคับไม่ได้ พิพากษาให้นายผุยจำเลยคืนนาให้โจทก์ ห้ามมิให้เกี่ยวข้องกับนาพิพาท ให้ยกฟ้องคดีที่นายผุยเป็นโจทก์ นายผุยจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายผุยจำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้กู้ยืมเงินจำเลยเอาไปใช้หนี้ ๖,๐๐๐ บาท และจำเลยให้โจทก์ทำเป็นสัญญาขายนาพิพาทอำพรางไว้เพื่อป้องกันมิให้เจ้าหนี้อื่นมายึดเอาที่นาพิพาทได้ ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาขายนาพิพาทใช้บังคับแก่คู่กรณีไม่ได้ตามมาตรา ๑๑๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791 - 792/2509 นายแสง จอยนอก ที่ 1 นางหอม จอยนอก ที่ 2 โจทก์ นายผุย สอทา จำเลย นายผุย สอทา โจทก์ นายแสง จอยนอก ที่ 1 นางหอม จอยนอก ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแสง จอยนอก ที่ 1 นางหอม จอยนอก ที่ 2 · จำเลย - นายผุย สอทา · โจทก์ - นายผุย สอทา · จำเลย - นายแสง จอยนอก ที่ 1 นางหอม จอยนอก ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์ · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวีระ ทรัพย์ไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 435/2501ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 912/2490ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2657/2534ฎีกา 3649/2525ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 4007/2552ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1776/2541ฎีกา 4973/2536ฎีกา 8089/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา