⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 956/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุตรบุญธรรมไม่ใช่ผู้สืบสันดานตามความหมายของกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรค 2

ย่อคำพิพากษา

คำว่าสืบสันดานตามพจนานุกรมหมายความว่าสืบเชื้อสายมาโดยตรง และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1586, 1587, 1627 แสดงว่า บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะแตกต่างกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม และผู้รับบุตรบุญธรรมก็มีฐานะต่างกับบุพการีโดยตรงของบุตรบุญธรรมอยู่หลายประการ มาตรา 1586, 1627 เป็นบทบัญญัติพิเศษให้สิทธิบางประการแก่บุตรบุญธรรมในทางแพ่งเกี่ยวกับสัมพันธ์ทางครอบครัวและมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมเท่านั้น ต้องใช้โดยเคร่งครัด เฉพาะการตีความถ้อยคำในประมวลกฎหมายอาญาก็ต้องตีความโดยเคร่งครัด จึงหาชอบที่จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ดังกล่าวมาใช้ตีความคำว่า ผู้สืบสันดาน ตามมาตรา 71 วรรค 2 ไม่ บุตรบุญธรรมจึงไม่ใช่ผู้สืบสันดานกระทำต่อบุพการีตามมาตรา 71 จึงยอมความไม่ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 11/2509)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.71 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1586 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยรับสารภาพฟังได้ว่าจำเลยลักทรัพย์ของนางโกศลผู้เสียหาย โดยจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ลงโทษสถานเบา และรอการลงอาญาแก่จำเลยไว้ และว่าไม่ติดใจจะเอาความแก่จำเลยแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมอันชอบด้วยกฎหมายของผู้เสียหาย ผู้เสียหายยื่นคำร้องไม่ติดใจเอาความ คดีเป็นอันยอมความกันได้ตามมาตรา ๗๑ วรรค ๒ สิทธิของโจทก์จึงระงับไป พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้สืบสันดานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๑ วรรค ๒ หมายถึงผู้สืบสันดานตามธรรมชาติ จำเลยเป็นบุตรบุญธรรมไม่ใช่ผู้สืบสันดานกระทำต่อบุพการี ยอมความไม่ได้ พิพากษากลับว่าจำเลยผิดมาตรา ๓๓๔ ลดรับสารภาพจำคุก ๖ เดือน ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า ควรพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคำว่าสืบสันดานตามพจนานุกรมหมายความว่าสืบเชื้อสายมาโดยตรง แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๖ และ ๑๖๒๗ บัญญัติว่า บุตรบุญธรรมนั้นย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรมนั้นไม่ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แต่มาตรา ๑๕๘๖ และ ๑๕๘๗ ยังบัญญัติไว้ด้วยว่า บุตรบุญธรรมไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา และการรับบุตรบุญธรรมไม่ก่อให้เกิดสิทธิรับมรดกของบุตรบุญธรรม แสดงว่า บุตรบุญธรรมยังมีฐานะแตกต่างกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม และผู้รับบุตรบุญธรรมก็มีฐานะต่างกับบุพการีโดยตรงของบุตรบุญธรรมอยู่หลายประการ มาตรา ๑๕๘๖, ๑๕๘๗ จึงเป็นบทบัญญัติพิเศษเพื่อให้สิทธิบางประการแก่บุตรบุญธรรมในทางแพ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางครอบครัวและมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมเท่านั้นจะต้องใช้โดยเคร่งครัด เฉพาะการตีความถ้อยคำในประมวลกฎหมายอาญา ก็ต้องตีความโดยเคร่งครัดอีก จึงหาชอบที่จะนำบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ดังกล่าวมาใช้ในการตีความคำว่า ผู้สืบสันดานตามมาตรา ๗๑ วรรค ๒ ไม่ ที่ประชุมใหญ่เห็นพ้องตาม ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่ใช่ผู้สืบสันดานกระทำต่อบุพการี ยอมความไม่ได้ ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2509 ผู้ว่าคดีศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นายชลอ ทรงบำเรอ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงชลบุรี · จำเลย - นายชลอ ทรงบำเรอ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงชลบุรี - นายสมาน เจนนภา · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ นราภิรมย์ขวัญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2460/2539ฎีกา 1656/2512ฎีกา 264/2499ฎีกา 19406/2555ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 1124/2496ฎีกา 3081/2527ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1499/2531ฎีกา 337/2535ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 5090/2565ฎีกา 9076/2558ฎีกา 1618/2499ฎีกา 2379/2565ฎีกา 490/2542ฎีกา 4893/2549ฎีกา 4541/2550ฎีกา 466/2471ฎีกา 3620/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา