⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 957/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่เคยต้องโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 6 เดือนมาแล้ว 2 ครั้ง และกระทำความผิดอีกภายใน 10 ปีนับแต่วันพ้นโทษครั้งสุดท้าย อาจเข้าเกณฑ์ที่ศาลจะสั่งกักกันได้ ผู้กระทำความผิดที่กระทำความผิดติดนิสัย โดยกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งเข้าลักษณะตามมาตรา 335 อนุมาตราตั้งแต่ 2 อนุมาตราขึ้นไป สมควรที่ศาลจะสั่งกักกันได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 6 เดือนมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกฐานรับของโจรครั้งที่สองฐานลักทรัพย์ เมื่อจำเลยพ้นโทษครั้งที่ 2 ไปแล้วภายในเวลา 10 ปี จำเลยกลับมากระทำผิดฐานลักทรัพย์ จนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกเกินกว่า 6 เดือนอีก ความผิดของจำเลยเหล่านี้ ก็เป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งอยู่ในประเภทเดียวกันกับที่ระบุไว้ในมาตรา 41 (8) ทั้งสิ้น จึงเข้าเกณฑ์ที่ศาลจะให้กักกันได้ จำเลยทำการลักทรัพย์ 2 ราย ในเวลาห่างกันราว 1 เดือน ทั้งเป็นความผิดที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราของมาตรา 335 ตั้งแต่ 2 อนุมาตราขึ้นไป คือ (1) (7) (11) ดังนี้ จึงเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย สมควรที่ให้กักกันจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.92 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองบังอาจสมคบร่วมกัน ต่างกรรมต่างวาระโดยลักไดนาโมชาร์ตของผู้เสียหายซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ ไป ๒ ครั้ง เป็นจำนวน ๒ ลูก ราคา ๕,๒๐๐ บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๑๑) มาตรา ๙๑ และ ๘๓ ก่อนคดีนี้จำเลยที่ ๑ เคยถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน มาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง ตามประวัติแจ้งโทษท้ายฟ้อง และภายในเวลา ๑๐ ปี นับแต่วันที่จำเลยพ้นโทษ จำเลยได้กระทำผิดฐานลักทรัพย์ในคดีนี้อีกเป็นผู้กระทำผิดติดนิสัย ขอให้เพิ่มโทษและกักกันจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ และมาตรา ๔๑ ด้วย จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ชั่วคราว เพื่อให้โจทก์ฟ้องใหม่ภายใน ๗ วัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๑๑) ความผิดแต่ละกรรมโทษหนักเท่ากัน ลงโทษแต่กรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ ให้จำคุก ๓ ปี เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๒ หนึ่งในสาม เป็นจำคุก ๔ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี เมื่อพ้นโทษแล้วให้กักกันจำเลยไว้ตามมาตรา ๔๑ มีกำหนด ๓ ปี และให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๕,๒๐๐ บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ขอให้ยกโทษกักกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า เมื่อจำเลยพ้นโทษจำคุกแล้ว ไม่กักกันจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น อัยการโจทก์ฎีกาขอให้กักกันจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยที่ ๑ เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๖ เดือนมาแล้ว ครั้งแรกถูกลงโทษจำคุก ๖ เดือน ฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ประกอบด้วยมาตรา ๗๘ ครั้งที่ ๒ จำคุก ๒ ปี ๓ เดือน ลด ๑ ใน ๕ ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๕ ประกอบด้วยมาตรา ๙๓ และมาตรา ๗๘ ซึ่งจำเลยกระทำผิดในขณะที่จำเลยมีอายุเกิน ๑๗ ปีแล้วทั้งสองครั้ง เมื่อจำเลยพ้นโทษครั้งที่ ๒ ไปแล้วภายในเวลา ๑๐ ปี จำเลยมากระทำผิดฐานลักทรัพย์มาตรา ๓๓๕ ในคดีนี้ จนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกเกินกว่า ๖ เดือนอีก ความผิดของจำเลยเหล่านี้ก็เป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งอยู่ในประเภทเดียวกับที่ระบุไว้ในมาตรา ๔๑ (๘) ทั้งสิ้น อยู่ในเกณฑ์ที่ศาลจะให้กักกันได้ เฉพาะคดีนี้จำเลยยังทำการลักทรัพย์ถึง ๒ รายในเวลาห่างกันราว ๑ เดือนเท่านั้น ทั้งเป็นความผิดที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราของมาตรา ๓๓๕ ตั้งแต่ ๒ อนุมาตราขึ้นไป คือ อนุมาตรา (๑) (๗) และ (๑๑) อีกด้วย เห็นได้ชัดว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย สมควรที่ให้กักกันจำเลยด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะข้อกักกัน เป็นว่าให้กักกันจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2509 พนักงานอัยการ กรมอัยการ และบริษัทพระนครธนบุรีขนส่ง จำกัด โดยนาย สถิตย์ ปรีชาศิลป์ ผู้จัดการ ผู้เสียหาย โจทก์ นายสง่า ช้างอ้นหรืออ้นช้าง ที่ 1 นายนรชัยหรือตี๋ กอธัญญาวัฒน์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโดยนาย - พนักงานอัยการ กรมอัยการ และบริษัทพระนครธนบุรีขนส่ง จำกัด · โจทก์ - สถิตย์ ปรีชาศิลป์ ผู้จัดการ ผู้เสียหาย · 1 - นายสง่า ช้างอ้นหรืออ้นช้าง ที่ · จำเลย - นายนรชัยหรือตี๋ กอธัญญาวัฒน์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายผล พิทักษ์พล · ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 528/2470ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 1875/2547ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1368/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา