⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 101/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อไม่มีสัญญาก่อนสมรส ภริยาผู้ร้องย่อมเป็นผู้มีอำนาจจัดการสินบริคณห์ตามกฎหมาย การที่ภริยาเข้าแย่งจัดการสินบริคณห์ ถือเป็นคดีมีข้อพิพาทที่ต้องเสนอต่อศาลด้วยการฟ้องคดี

ย่อคำพิพากษา

เมื่อไม่ปรากฏว่ามีสัญญาก่อนสมรสให้อำนาจภริยาผู้ร้องเป็นผู้จัดการสินบริคณห์อย่างไร ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีอำนาจจัดการสินบริคณห์ตามกฎหมาย การที่ภริยาผู้ร้องเข้าแย่งจัดการ ผู้ร้องจะมายื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการหาได้ไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจะนำคดีมาสู่ศาลได้ 2 อย่าง คือ คดีมีข้อพิพาทกับคดีที่ไม่มีข้อพิพาท คดีของผู้ร้องปรากฏว่ามีคำขอให้บังคับคดีแก่ภริยาผู้ร้อง โดยขอให้ศาลสั่งห้ามภริยาไม่ให้เข้าจัดการในที่ดินสินบริคณห์ เป็นการโต้แย้งสิทธิซึ่งได้ตั้งพิพาทกันในทางแพ่งจึงเป็นคดีมีข้อพิพาทอันจะต้องเริ่มคดีด้วยการทำเป็นคำฟ้องมายื่นต่อศาลเรียกเอาภริยาเข้ามาเป็นคู่ความเพื่อให้โอกาสแก่ภริยาต่อสู้คัดค้านป้องกันสิทธิและเพื่อที่จะบังคับคดีเอาแก่ภริยาได้ตามคำร้องขอของผู้ร้อง จึงต้องเสนอคดีโดยทำเป็นคำฟ้องมายื่นต่อศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1468 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1470 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1471 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1472

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นสามีนางฉลวย กล้ากลางสมร มีที่ดินเป็นสินบริคณห์รวม ๘๘ แปลง ผู้ร้องทำนาเองบ้าง ให้ผู้อื่นเช่าทำบ้าง เมื่อประมาณปี ๒๕๐๕ นางฉลวยเข้าแย่งทำและจัดการผลประโยชน์ในที่ดินทั้ง ๘๘ แปลงไม่ยอมให้ผู้ร้องจัดการขอให้ศาลสั่งห้ามไม่ให้เป็นผู้จัดการ และมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการทำผลประโยชน์ต่อไป ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำร้องไม่ปรากฏว่ามีสัญญาก่อนสมรสให้อำนาจภริยาเป็นผู้จัดการสินบริคณห์อย่างไร ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีอำนาจจัดการสินบริคณห์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๖๘ การที่ภริยาที่ผู้ร้องเข้าแย่งจัดการสินบริคณห์เสียดังนี้ ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งและตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการสินบริคณห์โดยอ้างว่ามีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๗๐, ๑๔๗๑, ๑๔๗๒ บัญญัติให้ยื่นคำร้องต่อศาลได้นั้น เห็นว่า กรณีของผู้ร้องไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายทั้ง ๓ มาตรา ปัญหาที่ว่าคดีอย่างไรจะเริ่มดำเนินคดีโดยยื่นเป็นคำร้องหรือจะต้องทำเป็นคำฟ้องมายื่นต่อศาลนั้น จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายวิธีสบัญญัติ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งจะนำคดีมาสู่ศาลได้ ๒ อย่าง คือ คดีมีข้อพิพาทกับคดีไม่มีข้อพิพาท คดีของผู้ร้องปรากฏว่ามีคำขอให้บังคับคดีแก่นางฉลวยโดยขอให้ศาลสั่งห้ามนางฉลวยไม่ให้เข้าจัดการที่ดิน เป็นการโต้แย้งสิทธิซึ่งได้ตั้งพิพาทกันในทางแพ่ง จึงเป็นคดีมีข้อพิพาทอันจะต้องเริ่มคดีด้วยการทำเป็นคำฟ้องมายื่นต่อศาลเรียกเอานางฉลวยภริยามาเป็นคู่ความเพื่อให้โอกาสแก่เขาต่อสู้คัดค้านป้องกันสิทธิและเพื่อที่จะบังคับคดีเอาแก่นางฉลวยได้ตามคำร้องขอของผู้ร้อง คดีเรื่องนี้ต้องเสนอคดีโดยทำเป็นคำฟ้องมายื่นต่อศาล พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2510 พันตำรวจเอกพระกล้ากลางสมร ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - พันตำรวจเอกพระกล้ากลางสมร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิคม ชัยอาญา · ยง เหลืองรังษี · ทองคำ จารุเหติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 186/2565ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา