คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมโดยมิได้วินิจฉัยเหตุผลตามกฎหมาย เป็นการทำให้คู่ความอีกฝ่ายเสียเปรียบและคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลขอระบุพยานเพิ่มเติม โดยอ้างว่าเข้าใจผิดว่าได้ระบุพยานนั้นไว้แล้ว ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตโดยมิได้วินิจฉัยถึงเหตุผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 88 วรรค 3 เป็นการทำให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ คำสั่งของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า โจทก์นำยึดเรือนและที่ดินของผู้ร้องโดยอ้างว่าเป็นของจำเลย ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการยึด
โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลย ผู้ร้องสมคบกับจำเลยคิดฉ้อโกงโจทก์
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งว่าเรือนและที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเรือนและที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้อง พิพากษากลับให้ปล่อยเรือนและที่ดินที่โจทก์ยึดมา
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาให้ศาลรับบัญชีระบุพยานของโจทก์นั้น ปรากฏว่าโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลขอระบุพยานเพิ่มเติมโดยอ้างว่าเข้าใจผิดว่าได้ระบุพยานนั้นไว้แล้ว ศาลชั้นต้นอนุญาตโดยมิได้วินิจฉัยถึงเหตุผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๘๘ วรรค ๓ เป็นการทำให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ คำสั่งศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเรือนและที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้อง
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2510
นายกวา ดุสดี โจทก์
นายมา ดุลย์มา ล.
นายประสิทธิ์ ศรีชัย ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกวา ดุสดี · ล. - นายมา ดุลย์มา · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายประสิทธิ์ ศรีชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิคม ชัยอาญา · ยง เหลืองรังษี · ทองคำ จารุเหตุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายวิบูลย์ ศิริตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายอัศนี เกาไศยนันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา