คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวน อาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ หากมีพยานหลักฐานประกอบฟังได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจและตามความสัตย์จริง
ย่อคำพิพากษา
คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ หากมีพยานหลักฐานประกอบฟังได้ว่าจำเลยให้การับสารภาพโดยสมัครใจและตามความสัตย์จริง
คดีอาญาเรื่องฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาจำเลยให้การปฏิเสธชั้นศาล โจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน แต่มีคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนรับว่าจำเลยเป็นคนยิงผู้ตาย โดยกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิด พฤติการณ์ในการกระทำความผิดตั้งแต่ต้นจนจบโดยละเอียด และมีผู้กำกับการตำรวจกับพนักงานสอบสวนมาเบิกความรับรองว่า จำเลยได้ให้การโดยสมัครใจ ได้พาไปชี้ที่เกิดเหตุและถ่ายภาพไว้ด้วย นอกจากจะบันทึกคำให้การรับสารภาพของจำเลยไว้เป็นหนังสือแล้วยังได้บันทึกเสียงคำรับสารภาพของจำเลยไว้มาเปิดให้ศาลฟังด้วยนอกจากนี้โจทก์ยังมีพยานบุคคลประกอบอีกว่า ได้พบเห็นจำเลยในเวลาก่อนเกิดเหตุ และภายหลังเกิดเหตุ ณ บริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เกิดเหตุ ดังนี้ ศาลรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยประกอบกับพยานแวดล้อมเหล่านั้นลงโทษจำเลยได้ แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้มีปัญหาเฉพาะจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้สมคบกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙
ภริยาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม
จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุกตลอดชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๑๖ ปี
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามฟ้อง
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนอาจใช้ยันจำเลยในชั้นพิจารณาของศาลได้ หากมีพยานหลักฐานประกอบฟังได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจและตามความสัตย์จริง
คดีนี้แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยที่ ๒ เป็นคนยิงผู้ตายแต่โจทก์มีคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ ๒ ชั้นสอบสวนรับว่า จำเลยที่ ๒ เป็นคนยิงผู้ตาย จำเลยให้การชั้นสอบสวนโดยละเอียด กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิด พฤติการณ์ในการกระทำความผิดตั้งแต่ต้นจนจบและมีผู้กำกับการตำรวจกับพนักงานสอบสวนเบิกความว่า จำเลยให้การโดยสมัครใจได้พาไปชี้ที่เกิดเหตุและถ่ายภาพไว้ ได้บันทึกคำให้การไว้เป็นหนังสือ และบันทึกเสียงคำรับสารภาพไว้มาเปิดให้ศาลฟังด้วย กับมีพยานบุคคลเบิกความประกอบอีกว่าได้พบเห็นจำเลยในเวลาก่อนเกิดเหตุและภายหลังเกิดเหตุบริเวณใกล้เคียงกับสถานที่เกิดเหตุ ดังนี้ คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๒ ใช้ยันจำเลยที่ ๒ ในชั้นพิจารณาของศาลได้ ฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง
พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2510
พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์
นางบุญนาค ปัจจัยศิริ โจทก์ร่วม
นายบุญมาหรือประสพ จินดานันท์ ที่ 1 นายทอง กาฬภักดี ที่ 2 นายบัว กาฬ
ภักดี ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · โจทก์ร่วม - นางบุญนาค ปัจจัยศิริ · กาฬ - นายบุญมาหรือประสพ จินดานันท์ ที่ 1 นายทอง กาฬภักดี ที่ 2 นายบัว · จำเลย - ภักดี ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม · สว่าง ภูวะปัจฉิม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายพจน์ บุญเลี้ยง · ศาลอุทธรณ์ - นายฉัตร รัตนทัศนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา