คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของรถยนต์ไม่ต้องร่วมรับผิดในการละเมิดที่เกิดจากการกระทำของช่างซ่อมรถยนต์ที่นำรถไปส่งให้ เนื่องจากช่างซ่อมรถยนต์ไม่ได้เป็นตัวแทนหรือลูกจ้างของเจ้าของรถยนต์ และสัญญาจ้างทำของนั้น ผู้รับจ้างไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของผู้ว่าจ้าง
ย่อคำพิพากษา
เจ้าของรถยนต์นำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่ซ่อมรถแล้วเจ้าของรถยนต์วานให้ช่างซ่อมรถขับรถคันนั้นไปส่งที่อื่น เมื่อส่งเสร็จแล้วช่างซ่อมรถขับรถกลับอู่ไปเกิดชนกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายระหว่างทาง ดังนี้ ช่างซ่อมรถไม่ได้เป็นตัวแทนหรือเป็นลูกจ้างของเจ้าของรถยนต์ เจ้าของรถยนต์ไม่ต้องร่วมรับผิดในการละเมิดนั้น
สัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 นั้น ผู้รับจ้างตกลงจะทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างไม่ได้อยู่ในความควบคุมบังคับบัญชาของผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างไม่มีสิทธิจะสั่งงานหรือบงการแก่ผู้รับจ้าง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เจ้าของรถยนต์บรรทุก ได้ให้จำเลยที่ ๑ ซ่อมจำเลยที่ ๑ รับซ่อม แต่รถเสียเพียงเล็กน้อย จำเลยที่ ๒ ขอให้จำเลยที่ ๑ ขับรถไปส่งที่ถนนผดุงกรุงเกษม จำเลยที่ ๑ ขับรถไปส่งแล้วขับกลับ เมื่อถึงสี่แยกโรงเรียนนายร้อยจำเลยที่ ๑ กระทำโดยประมาทชนกับรถจักรยานยนต์ของบุตรผู้เสียหาย ทำให้บุตรผู้เสียหายถึงแก่ความตาย โจทก์ขาดไร้ผู้อุปการะจากผู้ตาย คิดค่าเสียหายเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๒๐ ปี จำเลยที่ ๑ ขับรถไปส่งจำเลยที่ ๒ จนเกิดเหตุ กระทำในฐานะตัวแทนหรือลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ขอให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหาย
ก่อนจำเลยที่ ๑ ยื่นคำให้การโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กระทำไปในฐานะตัวแทนหรือทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ เป็นช่างรับซ่อม การรับซ่อมรถไม่ใช่เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ขับรถไปส่งจำเลยที่ ๒ เป็นการทดลองรถ จำเลยที่ ๒ มิได้มอบหมายให้จำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนนำรถไปส่งอู่เพื่อซ่อม เงินที่โจทก์เรียกร้องเรียกไม่ได้เพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้ขาดอุปการะ ไม่ใช่ผู้ทุพพลภาพ ไม่มีสิทธิฟ้องร้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ ๒ เพราะการซ่อมรถเป็นการจ้างทำของ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๒ มิได้ควบคุม จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ตั้งจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทน พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การขับรถกลับอู่ จำเลยที่ ๒ ไม่ได้นั่งไปด้วยเป็นการกระทำของจำเลยที่ ๑ โดยลำพัง จำเลยที่ ๒ ไม่ได้มอบหมายหรือสั่งให้จำเลยที่ ๑ กระทำแทน จำเลยที่ ๑ มิใช่เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๒
จำเลยที่ ๒ จ้างจำเลยที่ ๑ ซ่อมรถ เป็นการจ้างทำของ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับจ้าง จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างไม่อยู่ในความควบคุมบังคับบัญชาของผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างไม่มีสิทธิจะสั่งงานหรือบงการแก่ผู้รับจ้างจำเลยที่ ๑ จึงไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2510
นางมีซันกอร์ จำปี (หม้าย) โจทก์
นายวิชัย จิตจำนงค์ ที่ 1 นายกิมเซ็ง แซ่ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมีซันกอร์ จำปี (หม้าย) · จำเลย - นายวิชัย จิตจำนงค์ ที่ 1 นายกิมเซ็ง แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชิต บุณยประภัศร · ลออง จุลกะเศียน · แถม สิริสาลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุเมธ ทิพยมนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายเสลา หัมพานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา