⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1423/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลอื่นอาศัยอยู่ในห้องเช่าโดยได้รับอนุญาตจากผู้เช่า ถือว่าบุคคลนั้นอยู่ในฐานะบริวารของผู้เช่า ผู้ให้เช่าจึงไม่จำต้องบอกกล่าวเลิกการเช่าก่อน

ย่อคำพิพากษา

ภริยาอยู่ในห้องพิพาทกับสามีซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาเช่าจากผู้ให้เช่า ต่อมาได้หย่าขาดกัน สามีแยกไปอยู่ที่อื่น โดยยอมยกห้องพิพาทให้เป็นสิทธิแก่ภริยา แต่ผู้ให้เช่าไม่ได้รู้เห็นตกลงด้วย การที่ภริยาคงอยู่ในห้องเช่าต่อมาจนครบสัญญาเช่า ถือว่าเป็นการอยู่ในฐานะบริวารของผู้เช่า อยู่ในห้องเช่าในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ไม่ใช่ในฐานะผู้เช่า ผู้ให้เช่าไม่จำต้องบอกกล่าวเลิกการเช่าก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทย์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ขอให้ศาลเรียกจำเลยและบริวารมาสอบถามผู้ร้องยื่นคำร้องว่ามิได้เป็นบริวารของจำเลย ผู้ร้องเป็นผู้เช่าโดยตรงจากโจทก์ โจทก์เก็บค่าเช่าจากผู้ร้องตลอดมา ผู้ร้องไม่เคยผิดนัดผิดสัญญา และแถลงว่าเดิมผู้ร้องเป็นภริยาจำเลยแต่ได้หย่าขาดกันโดยคำพิพากษาของศาลประมาณ ๒ ปีเศษแล้ว ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังว่าผู้ร้องอยู่ในห้องพิพาทในฐานะบริวารของจำเลยให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ห้องพิพาทจำเลยเป็นผู้ทำสัญญาเช่าต่อโจทก์ และโจทก์ได้ฟัองขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกไปจากห้องพิพาท ซึ่งศาลได้พิพากษาให้ขับไล่จำเลยกับบริวารให้ออกไป และจำเลยก็ได้ออกไปแล้ว การที่ผู้ร้องอ้างว่าได้เช่าห้องจากโจทก์นั้นหามีหลักฐานการเช่าแต่อย่างใดไม่ แม้การชำระค่าเช่าผู้ร้องก็ไม่มีหลักฐานอะไรมาแสดงที่ผู้ร้องว่าผู้ร้องกับจำเลยได้หย่าขาดจากกัน จำเลยแยกไปอยู่ที่อื่น ยอมยกห้องพิพาทเป็นสิทธิแก่ผู้ร้อง ก็เป็นการตกลงระหว่างผู้ร้องกับจำเลย โจทก์ไม่ได้รู้เห็นตกลงอะไรด้วย ผู้ร้องอ้างว่าได้ไปติดต่อกับโจทก์ โจทก์ตกลงยอมให้ผู้ร้องอยู่ต่อไปจนครบสัญญาเช่า และได้มีการพูดกันถึงจำนวนเงินในการต่อสัญญาเช่านั้น ถ้าเป็นจริงดังผู้ร้องว่า ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ยอมให้ผู้ร้องในฐานะที่เป็นภริยาของจำเลยได้อยู่ต่อไปจนครบสัญญาเช่าที่จำเลยได้ทำไว้ต่อโจทก์ โดยอาศัยสิทธิของจำเลยที่ยังมีอยู่ตามสัญญาเช่านั้นเองซึ่งถือว่าเป็นการอยู่ในฐานะเป็นบริวารของจำเลย เมื่อศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นบริวารก็ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาล ผู้ร้องจะอ้างว่าผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกคำพิพากษาที่ให้ขับไล่จำเลยไม่ผูกพันผู้ร้องดังที่ฎีกามานั้นหาชอบไม่ และเรื่องการบอกกล่าวฟ้องร้องนั้น เมื่อผู้ร้องอยู่ในฐานะเป็นบริวารของจำเลย ไม่ใช่อยู่ในฐานะที่เป็นผู้เช่าจากโจทก์ โจทก์ก็ไม่จำต้องบอกกล่าวแก่ผู้ร้องให้ทราบก่อนฟ้องดังที่ผู้ร้องฎีกา พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1423/2510 นางทรัพย์ สะและวงศ์ โดยนายสว่าง อร่ามศรี ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเตียนเม่ง แซ่ลู่ หรือ ลู่ตันเม่ง แซ่หลู จำเลย นางง้วยเอง แซ่ลิ้ม ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทรัพย์ สะและวงศ์ โดยนายสว่าง อร่ามศรี ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายเตียนเม่ง แซ่ลู่ หรือ ลู่ตันเม่ง แซ่หลู · ผู้ร้อง - นางง้วยเอง แซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เนิ่น กฤษณะเศรนี · กิตติ สีหนนทน์ · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัส ศรีวรรธนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2520/2544ฎีกา 9188/2538ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2253/2524ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1803/2500ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา